เกวียนเทียมวัวโยกเยกมาถึงอำเภออย่างช้า ๆ นางรู้สึกว่าตนเกือบถูกโยกจนหลับใหล ลงจากเกวียนแล้วก็บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายคลายเมื่อยก่อน ไปที่ร้านเบ็ดเตล็ดในอำเภอ ซื้อไหเล็กขนาดจุหนึ่งชั่งอีกห้าใบ นางตั้งใจจะนำน้ำผึ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตใส่ลงไป ใช้น้ำผึ้งเป็นของไขประตูเข้าไปในร้านยา หาไม่แล้วนางก็มิได้แบกสมุนไพรมาด้วย ผู้อื่นคงไม่สนใจจะปริปากด้วย
น้ำผึ้งในยุคนี้ถือเป็นของหายาก ไม่เพียงมีค่า หากแต่ยังเสาะหามาได้ยากยิ่ง ต่อให้คนทั่วไปพบเห็นในภูเขา ก็หลีกเลี่ยงไปไกล ๆ หาอาจหาญเข้าใกล้ไม่
หลิ่วซื่อเยว่เอาของทั้งหมดใส่ลงในกระบุง แท้จริงแล้วนางนำเข้าสู่มิติลับ ต่อจากนั้นก็มาที่ปากอำเภอ ไต่ถามเกวียนเทียมล่อที่จะไปยังอำเภอเมือง ราคาต่อคนแปดเหรียญ ไม่มีหลังคาเกวียน รถม้าแพงกว่าเกวียนเทียมล่อเท่าตัว ต้องใช้สิบห้าเหรียญต่อคน ตัวรถกว้างขวาง ภายในยังมีเบาะนุ่มนั่งสบาย นั่งรถเร็วกว่าเกวียนเทียมล่ออีก นางตัดสินใจเลือกรถม้าทันที ขณะนั้นบนรถม้ามีผู้นั่งอยู่สี่คนแล้ว นางถามสารถีว่าจะออกเดินทางเมื่อใด สารถีตอบว่า “อีกประมาณหนึ่งเค่อครึ่ง ครบเวลาก็ออกรถ”
นางจึงขึ้นนั่งด้วยเช่นกัน แอบพิจารณาคนทั้งสี่นั้นโดยไม่ให้รู้ตัว ดูจากอาภรณ์เครื่องแต่งกายคาดว่าฐานะทางบ้านล้วนร่ำรวย ในนั้นมีสตรีสองนางเห็นได้ชัดว่าเป็นนายกับสาวใช้ อีกสองคนเป็นแม่ลูก ฟังจากคำสนทนาดูเหมือนจะไปเยี่ยมญาติที่อำเภอเมือง
หลิ่วซื่อเยว่นั่งลงด้านเดียวกับสตรีสองนางนั้น กลับถูกสาวใช้รังเกียจรังงอน นางก้มมองเครื่องแต่งกายบนร่างตน แม้ไร้รอยปะชุน แต่ก็ซักจนสีซีดขาว แถมยังเป็นผ้าป่าน หากนางไม่มายุ่มย่ามกับตนก็ตามนางไปเถิด ถูกมองสักหน่อยก็มิได้ทำให้นี้อดหายไปสักชิ้น
