“เปิ่นกงเสียใจจริง ๆ ที่เมื่อปีก่อนส่งเจ้าเข้าตงกง เสียแรงที่เปิ่นกงไว้วางใจเจ้า หากไม่ให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต แล้วจะปลอบขวัญราชนัดดาที่จากไปได้อย่างไร!”
……
ห้องของเหลียงตี้เมิ่ง
“หม่อมฉันไร้ความสามารถ ปกป้องพระโอรสไว้ไม่ได้ ละอายต่อท่านองค์ชาย ขอท่านองค์ชายลงโทษด้วยเพคะ”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้า” เซียยิ้นเฉินถอนใจ “เจ้าเองก็ประสบทุกข์ทรมานมามากแล้ว การสูญเสียบุตร เจ้าคงเจ็บปวดที่สุด จงดูแลร่างกายให้ดีเถิด”
เมิ่งอวี่มีคราบน้ำตาเต็มใบหน้า ร่างที่ซูบซีดอ่อนแรงดูราวปุยหลิวลอยเคว้งกลางสายลม “พระโอรสสูงศักดิ์ ส่วนหม่อมฉันต่ำต้อยไร้ความสำคัญ ท่านองค์ชายไม่ควรเลือกช่วยหม่อมฉันเลย...”
เซียยิ้นเฉินหลุบตาลง ถอนใจอยู่ในใจ
การต้องสละบุตรของตน เขาก็เจ็บปวดเช่นกัน ทว่า...ทุกอย่างล้วนเป็นชะตากรรม ไม่ว่าผู้อื่นจะเห็นว่าบุตรสำคัญยิ่งกว่ามารดาผู้คลอดเพียงใด ในสายตาเขา การเลือกช่วยคนหนึ่งแล้วทอดทิ้งอีกคนช่างโหดร้ายต่อมารดาผู้คลอดนัก
การตั้งครรภ์และคลอดบุตรก็ลำบากยากเย็นอยู่แล้ว หากยังต้องให้พวกนางสละชีวิต เพียงเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลให้เขา ภาระหนักเช่นนี้เขาแบกรับไม่ไหว
ขณะนั้นหวังเสวียนเข้ามาขอพบ องค์รัชทายาทจึงเดินออกไปนอกฉากบัง เพื่อฟังรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในโถงใหญ่
“ฮองเฮามีรับสั่งให้ประหารอนุชายาหลานพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะที่เซียยิ้นเฉินกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบาของเมิ่งอวี่ดังมาจากหลังฉากบัง
“ท่านองค์ชาย”
เมิ่งอวี่ฝืนลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดขาวฉายแวววิงวอน “ท่านองค์ชายโปรดอย่าทำให้อนุชายาหลานลำบากพระทัยเลยเพคะ”
“เจ้าไม่แค้นนางหรือ”
“หม่อมฉันย่อมแค้นอยู่แล้วเพคะ”
เมิ่งอวี่เจ็บปวดอยู่ชั่วขณะ ก่อนฝืนยิ้มอย่างขมขื่น ปลอบใจอีกฝ่าย “ตระกูลฝ่ายมารดาของอนุชายาหลานมีอำนาจสูงส่ง ถึงอย่างไรก็ควรเห็นแก่หน้าท่านหลวงหลานผู้เป็นบิดาของนางบ้างเพคะ”
