แม่นมเอ่ยประจบว่า “เด็กที่ใครเลี้ยงย่อมสนิทกับคนนั้น ตอนนี้เด็กยังเล็ก อีกไม่กี่ปีก็ลืมผู้หญิงคนนั้นจนหมดสิ้น วันหน้าย่อมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพระนางเจ้า ส่วนสตรีแซ่ซ่งที่ตรากตรำคลอดและเลี้ยงดูมาตั้งนาน สุดท้ายก็เป็นเพียงคนตัดชุดวิวาห์ให้พระนางเจ้าเท่านั้น”
เมิ่งยวนลูบกำไลหยกบนข้อมืออย่างสบายอารมณ์ “เช่นนี้สนุกกว่าฆ่านางตรง ๆ เสียอีก”
……
งานพระศพของฮองเฮาเสร็จสิ้นลงในที่สุด องค์รัชทายาทจึงเสด็จออกจากวัง แต่เมื่อออกมาแล้ว พระองค์มิได้เสด็จกลับตงกง หากมุ่งหน้าไปยังเรือนน้อยชานนคร
เมื่อได้ฟังจากปากเลี่ยงเสี่ยงถึงทุกสิ่งที่องค์รัชทายาททรงทำเพื่อนาง ครานี้หลินเหยาจึงสงบใจลงไม่น้อยเมื่อได้พบพระองค์
ครั้นได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงมอบเด็กให้อยู่ในความดูแลของเมิ่งยวน แม้จะเป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว แต่หลินเหยาก็อดเป็นกังวลไม่ได้
“เรื่องนี้องค์รัชทายาทตรัสว่าอย่างไรเพคะ”
องค์รัชทายาทมีสีหน้าเรียบเฉย “ข้ายินยอม”
“แล้วเรื่องที่ไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปในตงกงเล่าเพคะ”
“ข้าก็ยินยอมเช่นกัน”
หลินเหยาไม่เห็นแววไม่พอใจหรือกังวลบนใบหน้าของเซียยิ้นเฉินเลยแม้แต่น้อย พระองค์สงบนิ่งเกินไป
“ดูเหมือนองค์รัชทายาทจะพอพระทัยกับผลลัพธ์นี้มากนะเพคะ”
เซียยิ้นเฉินยกมุมปากยิ้ม “ใช่ ข้าพอใจมาก”
“พูดอีกอย่างคือ ต่อให้เมิ่งยวนไม่ทำเช่นนี้ ข้าก็จะยกเด็กให้นางเลี้ยงอยู่ดี”
นางลงมือเองเสียก่อน เขาจึงไม่ต้องเปลืองแรง
หลินเหยาพินิจชายหนุ่มตรงหน้า นางไม่เชื่อว่าเซียยิ้นเฉินจะนึกไม่ถึงว่าคนที่คิดปองร้ายเด็กคือตระกูลเมิ่ง แต่พระองค์กลับยินยอมมอบเด็กให้เมิ่งยวนเลี้ยง เรื่องนี้...คงมีแผนการอื่นอยู่กระมัง
“เหยาเอ๋อร์วางใจเถิด เด็กจะไม่เป็นอะไร”
