“วิ่งสิ วิ่งต่อไป!” ชายใบหน้าแผลเป็นเอ่ย
พรรคพวกอีกคนหรี่ตามอง พอเห็นโฉมหน้าของหญิงสาวก็เผยรอยยิ้มชั่วร้าย “ยังเป็นสาวงามเสียด้วย”
“เที่ยวนี้ถึงจะไม่ได้ทรัพย์สินเงินทอง แต่ได้สาวงามมาก็ไม่เลว ดูรูปร่างนางสิ ช่างงดงามนัก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เหล่าโจรหัวเราะอย่างกำเริบเสิบสาน สายตาโลภราวหมาป่ากวาดมองเรือนร่างงาม เสียงหัวเราะหยาบโลนก้องกังวานไปทั่วท้องทุ่ง
เหยียนฮวนจับตาดูพวกมันอย่างระแวดระวัง อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เงาร่างของโจรค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นในสายตา เสียงหัวเราะลามกดังอื้ออึงอยู่ข้างหู
หัวใจเต้นรัว นางเหลือบมองหุบเขาเบื้องหลัง กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก...
มือใหญ่หยาบกร้านข้างหนึ่งยื่นเข้ามาคว้านาง!
ในชั่วขณะที่มือกำลังจะสัมผัสตัว เหยียนฮวนกัดฟันแน่น หลับตาปี๋แล้วพุ่งกายกระโดดลงไปโดยไม่คิดอะไร
เสียงกรีดร้องดังแหวกอากาศ ร่างทั้งร่างร่วงหล่นดั่งลูกปัดแตกกระจาย กลิ้งตกลงไปตามหุบเขา
เหล่าโจรรีบยื่นมือคว้า ทว่าแตะได้เพียงชายเสื้อที่ปลิวสะบัด ลื่นผ่านฝ่ามือไป เหลือเพียงมือเปล่า
เมื่อมองลงไปอีกครั้ง ร่างของนางก็กลิ้งลับลงไปในหุบเขา ท่ามกลางความมืดมิดจนมองไม่เห็นอีก
“บัดซบ ช่างน่าหงุดหงิดนัก!” เหล่าโจรสบถด่าพึมพำ
————
เมืองอวิ๋นโจว
เมื่อจื่อเยียนและพวกเข้าเมืองแล้ว ก็รีบแจ้งความต่อกรมเมืองทันที ศาลาว่าการเมืองส่งเจ้าหน้าที่ทางการสองนายไปค้นหาตามคำบอกเล่าของพวกนาง ทว่ากลับไม่พบร่องรอยใด ๆ ทุกคนจึงผิดหวังอย่างยิ่ง
พี่น้องสองคนที่สวมชุดผ้าป่านแบบบุรุษไม่มีเครื่องประดับสักชิ้นให้แลกเป็นเงิน ทั้งยังไม่มีเงินติดตัว กินข้าวก็ไม่ได้ เช่าที่พักก็ไม่ได้ สามคนที่ตกอยู่ในสภาพยากลำบากจึงทำได้เพียงอาศัยนอนเบียดกันบนรถม้าหนึ่งคืน
