เมื่อเห็นนางมองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอยไม่แน่ใจ อ๋องยู่ก็เอ่ยตรง ๆ ว่า “ในวังมีธรรมเนียมปฏิบัติของในวัง ต่างจากธรรมเนียมชาวบ้าน แม่นมสอนเจ้าอย่างไร หรือเจ้าไม่ได้ตั้งใจเรียนกันแน่”
เห็นสีหน้าสามีไม่สู้ดีนัก แววตาของจื่อจินก็วูบไหว “ขะ...ข้าทำอะไรผิดไปหรือเจ้าคะ”
อากาศปลอดโปร่งนอกตำหนักช่วยให้สติของนางค่อย ๆ กลับคืนมา
นางพลันนึกขึ้นได้ว่า ตอนเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับฮองเฮา นางทำความเคารพตามธรรมเนียมของสตรีชาวบ้าน!
“ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ!”
จื่อจินลนลาน “ข้าลืมไปชั่วขณะ เพราะตื่นเต้นจนลืมเจ้าค่ะ”
นางกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ ครั้นเห็นสามีขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชา ก็รีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว “ขะ...ขออภัยเจ้าค่ะ...”
เพิ่งแต่งงานกัน การเข้าเฝ้าถวายพระพรครั้งแรกก็ทำให้สามีขายหน้า จื่อจินจึงรู้สึกผิดและกระวนกระวายใจ
“พี่ชาย”
อ๋องยู่เอ่ยขึ้นกะทันหัน จื่อจินได้ยินเสียงจึงหันไปมอง ก็เห็นองค์รัชทายาทกำลังเดินมาทางนี้
เมื่อองค์รัชทายาทเดินมาถึง ก็เห็นว่าน้องชายมีสีหน้าไม่ปกติ ครั้นมองจื่อจิน นางก็มีท่าทีหวาดหวั่นราวกับทำผิดมาเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นหรือ มีเรื่องอะไรหรือ”
“ไม่มีอะไร” อ๋องยู่ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก “เมื่อครู่ตอนเข้าเฝ้าถวายพระพร มีเรื่องผิดพลาดเล็กน้อย”
พอได้ยินเช่นนั้น จื่อจินก็ยิ่งละอายใจ นางมองสามีอย่างหวาด ๆ แล้วเม้มริมฝีปากแน่น
องค์รัชทายาทยิ้มอย่างอ่อนโยน “น้องสะใภ้เพิ่งแต่งเข้าจวนอ๋อง มีเรื่องที่ไม่รู้ก็เป็นธรรมดา ค่อย ๆ เรียนรู้ไปก็แล้วกัน”
อ๋องยู่ไม่พอใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง มิใช่ว่าเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ของภรรยา และมิใช่ว่าจงใจจับผิดนางไม่ยอมปล่อย หากแต่...
เขายอมให้ภรรยาแสดงความประหม่าให้ใครเห็นก็ได้ ทว่าต่อหน้าสตรีผู้นั้นเป็นอันขาด!
