“บุรุษถึงวัยก็สมควรแต่งงาน นั่นย่อมไม่ผิด แต่เจ้า...”
เจียงอวิ๋นชิงขมวดคิ้ว “ข้ามีปัญหาอะไรหรือ?”
อ๋องหนิงหัวเราะเยาะ สายตาที่มองเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความดูแคลน “เบื้องบนไม่มีแม้แต่กระเบื้องสักแผ่น เบื้องล่างไม่มีที่ให้ปักหลัก ยังริอาจเตรียมการแต่งภรรยา ชิงอินอย่างน้อยก็มีโรงเตี๊ยมอยู่แห่งหนึ่ง หรือเจ้าคิดจะเกาะนางกิน?”
เจียงอวิ๋นชิงหรี่ตาลง
เมื่อเช้าทั้งสองเพิ่งกลับจากสำนักจับคู่สมรสหลวงอย่างคว้าน้ำเหลว อ๋องหนิงก็รู้เรื่องที่เขาคิดจะแต่งงานแล้ว พอคิดเช่นนี้...
เด็กหนุ่มยิ้มอย่างรู้เท่าทัน “ท่านอ๋องช่างตากว้างหูไว รู้ความเคลื่อนไหวของพวกข้าอย่างแจ่มแจ้งเสียจริง”
อ๋องหนิงมีสีหน้าเรียบเฉย เมื่อได้ยินคำพูดแฝงนัยของเด็กหนุ่มก็เพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เจียงอวิ๋นชิงทำท่าทางไม่จริงจัง “เกิดในราชวงศ์นี่ดีจริงหนอ อำนาจติดตัวมาแต่กำเนิด ทำให้สามัญชนอย่างพวกข้าได้แต่มองตามตาปริบ ๆ”
“แต่หากละทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว ท่านอ๋องยังเหลืออะไรอีกเล่า”
เมื่อเห็นท่าทีของเด็กหนุ่มที่เพิ่งออกจากเรือนหลังเล็กมุงหญ้า ไม่รู้จักกลัวพยัคฆ์ อ๋องหนิงก็หัวเราะหึ “รู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เพียงคำพูดเมื่อครู่ของเจ้า เปิ่นหวังก็ลงโทษเจ้าได้แล้ว”
เจียงอวิ๋นชิงยิ้มอย่างปล่อยวาง พลางส่ายหน้า “ข้าย่อมรู้ดี”
“ไม่ต้องพูดถึงคำพูดของข้าเลย ต่อให้ข้าไม่พูดอะไรสักคำ ด้วยอำนาจในมือของท่านอ๋อง จะทำให้ข้าหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอยก็เป็นเรื่องง่ายดาย”
“ในเมื่อรู้ทุกอย่างชัดเจน ยังไม่รู้จักถอยเสียอีก”
เจียงอวิ๋นชิงยักไหล่ “เช่นนั้นเหตุใดท่านอ๋องไม่กำจัดข้าเสียโดยตรงเล่า จะได้ไม่ยุ่งยากมิใช่หรือ”
อ๋องหนิงมีสีหน้าเย็นชา ไม่เอ่ยคำใด
ด้วยฐานะของเขา การลงมือกับเจียงอวิ๋นชิงย่อมง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ แต่หากใช้ฐานะอ๋องเชื้อพระวงศ์ลอบเล่นงานสามัญชนคนหนึ่ง...ก็ออกจะเป็นการเอาชนะอย่างไม่สมศักดิ์ศรี
