ครั้นเห็นคนผู้นี้ เหยียนฮวนก็มิได้หลบเลี่ยง เดิมคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่สนใจนาง แต่คาดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นจะหยุดลงตรงหน้านาง
“เจ้ายังสบายดีหรือไม่” แม้น้ำเสียงของอ๋องหนิงจะทุ้มต่ำ แต่ก็แฝงความห่วงใย
เหยียนฮวนสบตาเขาอย่างไม่หวั่นไหว “ท่านอ๋องก็เห็นแล้ว ข้าสบายดีมาก”
อ๋องหนิงเหลือบมองผู้คนในศาลา “ได้ยินว่าเจ้าแต่งให้เลี่ยงเสี่ยงแล้ว ก็ดี เป็นคู่ครองที่ดี ว่าแต่พี่สาวคนโตของเจ้า...นางสบายดีหรือไม่”
“สบายดี ดีมาก ต่อไปจะยิ่งดียิ่งขึ้น”
อ๋องหนิงพยักหน้า คล้ายอยากพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา พอดีกับที่คนใต้ศาลาเรียกหา เขาจึงก้าวเดินต่อไป
“ญาติสตรีของขุนนางบ้านใดทางนั้นกัน ดูหน้าไม่คุ้นเลย”
ณ มุมหนึ่งของสวนพลัม มีเหล่าสตรีสูงศักดิ์ยืนจับกลุ่มกันอยู่
ทุกคนมองตามไป มีผู้หนึ่งสายตาเฉียบคมจำได้ “เป็นบุตรีสกุลซง มากับท่านหมื่นเลี่ยงแห่งสำนักตุลาการสูงสุด”
พอพูดเช่นนี้ ทุกคนก็เข้าใจในทันที
“ที่แท้นี่ก็คือภรรยาที่ท่านหมื่นเลี่ยงแต่งเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ ธิดาคนที่สองของจวนอัครมหาเสนาบดีในอดีตนั่นเองหรือ”
“จะว่าไป บุตรีสกุลซงผู้นี้ช่างโชคดีนัก ตระกูลตกต่ำแล้วยังได้แต่งกับขุนนางใหญ่ นับว่ามีวาสนาดีจริง ๆ”
“แต่ข้าได้ยินว่าทั้งคู่ยังไม่ได้จัดงานเลี้ยงสมรสเลย ช่างน่าแปลก ท่านหมื่นเลี่ยงมีตำแหน่งสูงอำนาจมาก ไยแต่งงานทั้งทียังทำเสียเงียบเชียบเช่นนี้”
“ไม่น่าแปลก ใครบ้างไม่รู้ว่าท่านเลี่ยงเสี่ยงผู้นี้ทำอะไรตามใจตนมาแต่ไหนแต่ไร คนประหลาดย่อมทำเรื่องประหลาด ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลก”
สตรีหลายคนจับกลุ่มพูดคุยกันเจื้อยแจ้ว
“บุตรีสกุลซงผู้นั้นก็ยอมด้วยหรือ”
พวกสตรีชอบซุบซิบเรื่องเช่นนี้กันนัก นับเป็นหัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหารของตระกูลสูงศักดิ์ “แม้แต่งานเลี้ยงสมรสก็ไม่มี นางก็ตามเขาไปอย่างนั้นเลยหรือ”
