“ถึงวันนี้พวกนางจะทำให้ท่านไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้เจตนา เสวี่ยเป็นคนอ่อนโยนรู้ความที่สุด วันนี้กลับสั่งโบยลงโทษขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาเปิ่นหวังประหลาดใจไม่น้อย”
อันเสวี่ยสะดุ้งเฮือก รีบอธิบาย “มิใช่เพคะ ท่านอ๋อง ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อครู่เสวี่ยโกรธเกินไปจริง ๆ”
ดวงตาคู่งามเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ ฉายแววเว้าวอนชวนสงสาร ราวกับถูกกลั่นแกล้งมาสารพัด “อนุทั้งสองเข้าจวนมาก่อน รับใช้ท่านอ๋องนานกว่าเสวี่ย เสวี่ยนึกว่าพวกนางจงใจวางท่า รังแกเสวี่ยที่เป็นภรรยาเอกคนที่สอง จึงโกรธจน…”
“ช่างเถิด” อ๋องหนิงถอนหายใจ “เรื่องวันนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ ห้ามผู้ใดพูดถึงอีก”
เห็นสีหน้าอ๋องหนิงไม่สู้ดี อันเสวี่ยจึงไม่กล้าเอ่ยต่อ ทว่าในใจกลับเกลียดชังอย่างยิ่ง
อาแลเซวียนนังสารเลวนั่น! เป็นเพียงอนุเล็กต้อยต่ำ ถูกตบไปแค่ไม่กี่ฉาดยังกล้าไปฟ้องท่านอ๋อง ทั้งยังขู่ว่าจะตาย การปะทะกันครั้งแรกระหว่างภรรยากับอนุเล็ก นางกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อันเสวี่ยแค้นใจจนแทบคลั่ง
ความอัปยศที่ต้องกล้ำกลืนนี้ นางจะจดจำไว้ก่อน วันหน้ายังอีกยาวไกล
นางเก็บงำอารมณ์ กลับคืนสู่ท่าทีอ่อนหวานดังเคย “ท่านอ๋อง ฟ้ามืดแล้ว ให้เสวี่ยปรนนิบัติท่านพักผ่อนเถิดเพคะ”
ภายในห้อง เสื้อผ้าถูกถอดออก ทั้งสองขึ้นไปบนเตียง อันเสวี่ยเขินอายอ่อนหวาน แนบกายอยู่ข้างสามี
หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ปรารถนาแต่ไม่อาจได้มา อ๋องหนิงคงรีบรวบตัวนางเข้ามาในอ้อมอกและร่วมอภิรมย์ไม่รู้จบ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องวุ่นวายเมื่อกลางวันหรือไม่ เมื่อเห็นนางทอดไมตรีให้ เขากลับไม่ค่อยมีอารมณ์
บางทีอาจเป็นเพราะเมื่อคืนได้ลิ้มรสมาแล้ว ความปรารถนาอันแรงกล้าที่มีต่อสตรีข้างกายจึงไม่เหมือนแต่ก่อน
