ดวงตาของฮูหยินหลานเป็นประกาย มองจื่อเยียนด้วยแววชื่นชม “อายุยังน้อยก็ได้เข้าทำงานในสำนักแพทย์หลวง แถมยังเป็นสตรีอีกด้วย ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ ปกติได้ยินบุตรชายเอ่ยถึงเจ้าอยู่บ่อย ๆ วันนี้ในที่สุดก็ได้พบตัวจริงเสียที”
ท่าทีเป็นมิตรของฮูหยินหลานทำให้จื่อเยียนประหลาดใจยิ่ง ไม่รู้ว่าพวกเขาเพียงรักษามารยาทต่อหน้าหรือเห็นแก่ความสัมพันธ์กับหลินเหยา คิดไปคิดมาแล้วคงเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทเท่านั้น
จื่อเยียนทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพหนึ่งประโยค เดิมคิดว่าเรื่องคงจบเพียงเท่านี้ แต่ไม่คาดว่าฮูหยินหลานจะเอ็นดูนางอย่างยิ่ง ทั้งยังจับมือนางไว้ซักถามเรื่องนั้นเรื่องนี้
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้จื่อเยียนลำพองใจ ย้อนคิดไปคราวก่อน มารดาของเหลียงเช่าก็เคยชื่นชมนางมากเช่นกัน แต่พอได้ยินว่าบุตรชายจะแต่งนางเป็นภรรยา ก็ยังคงคัดค้านอยู่ดี
“แม่นางซ่งมีวิชาแพทย์สูงส่ง เชี่ยวชาญโรคภายในของสตรี หากสะดวก วันหน้าขอเชิญไปที่จวนช่วยตรวจอาการให้หญิงชราผู้นี้ด้วย”
มารดาหลานยังคงพูดคุยอย่างออกรส จื่อเยียนวางตัวไม่ถ่อมตนและไม่เย่อหยิ่ง คิดเสียว่าเป็นเพียงคำพูดตามมารยาท จึงตอบรับไปสองสามคำ
หลังจากมารดาหลานไปยังที่นั่งของเหล่าฮูหยินแล้ว หลานจื่อหยวนก็ยิ้มกล่าวว่า “ท่านแม่ข้าชอบเจ้ามาก”
จื่อเยียนขานรับเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ท่านแม่ข้าเป็นคนมีเหตุผลที่สุด ข้าชอบผู้ใด ท่านก็ต้องชอบผู้นั้นด้วย”
“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล” จื่อเยียนรีบห้ามทันที “อย่าเอาเรื่องเช่นนี้มาพูดส่งเดช”
“ข้าพูดจริง” หลานจื่อหยวนมีสีหน้าจริงจัง
เขาเคยพูดเช่นนี้อยู่ไม่น้อย แต่จื่อเยียนก็คิดเพียงว่าคุณชายหนุ่มชอบพูดหยอกเย้า ครั้นอารมณ์ดี นางก็แกล้งหยอกตอบไปสองสามคำ ทว่าไม่เคยเก็บมาใส่ใจ
