น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมา หยดนั้นกรีดแทงหัวใจอ๋องยู่จนเจ็บปวดอย่างยิ่ง
ยามนี้เขาได้แต่เกลียดชังตนเอง เกลียดที่ไร้ความสามารถ ภายในใจชายหนุ่มร่ำร้องอย่างบ้าคลั่งว่าอยากช่วยเหลือ ทว่าเขากลับไม่มีความสามารถพอจริง ๆ
เมื่อเห็นแววตาของหญิงสาวค่อย ๆ หม่นแสงลงทีละน้อย หัวใจของชายหนุ่มก็ปวดร้าว
แม้กลับถึงจวนอ๋องแล้ว อ๋องยู่ก็ยังจมอยู่กับความรู้สึกผิด
“เรื่องที่ข้าบอกให้เจ้าไปพูดกับฮองเฮา เจ้าได้พูดแล้วหรือยัง?”
จื่อจินนึกออกทันทีว่าสามีหมายถึงเรื่องใด จึงพยักหน้ารัว “เพคะ หม่อมฉันพูดแล้ว ฮองเฮาก็ทรงรับปาก ตรัสว่าอ๋องยู่ทรงห่วงใยฝ่าบาทกับฮองเฮา พระนางซาบซึ้งพระทัยยิ่งนัก และเพื่อพระเกียรติแห่งราชวงศ์ พระนางจะทรงดูแลกุ้ยไทเฮาแซ่ยุนเองเพคะ”
อ๋องยู่ได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนใจ “ใครให้เจ้าพูดว่าเป็นคำของข้า!”
จื่อจินสะดุ้ง มองสามีด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หญิงโง่เขลาผู้นี้ถึงกับเปิดเผยว่าเป็นเขา! อ๋องยู่เดือดดาล
มิน่าเล่า ยุนซูจึงไม่ได้รับการดูแล เรื่องราวในอดีตระหว่างเขากับยุนซู พี่ชายและพี่สะใภ้ต่างก็รู้กันแล้ว หากหลินเหยารู้ว่าเขาเป็นคนให้จื่อจินนำคำไปบอก นางจะช่วยได้อย่างไร ไม่แน่ว่าอาจยิ่งสงสัยอะไรขึ้นมาอีก
นางพูดไม่ได้หรือว่าได้ยินข่าวลือมาด้วยตนเองเช่นนั้น จะได้ล้างตัวเขาให้พ้นเรื่องนี้ มิให้ฝ่าบาทกับฮองเฮาสงสัยมาถึงตัวเขา และยิ่งไม่พาลโกรธยุนซู
เมื่อหันไปมองจื่อจินอีกครั้ง อ๋องยู่ก็เดือดดาลจนแทบระเบิด ทว่าไม่อาจเปิดเผยความจริงได้ จึงจงใจหาเรื่องตำหนิว่า “เจ้าแน่ใจหรือว่าพูดแล้ว? หรือว่าแค่พูดส่ง ๆ ให้ข้าพอใจ?”
“หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ พูดจริง ๆ!” จื่อจินรีบยืนยัน “เรื่องที่ท่านอ๋องทรงกำชับ หม่อมฉันไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อยเพคะ”
“เช่นนั้นก็แปลว่าเจ้าไม่ได้พูดให้ตรงประเด็น!”
จื่อจินน้อยใจจนน้ำตาร่วง
อ๋องยู่คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยกเรื่องข่าวลือขึ้นมาอ้าง มิได้แสดงความห่วงใยยุนซูออกมาตรง ๆ ฮองเฮาไม่น่าจะสงสัยเขา
