ภายในกระโจมทหาร แพทย์ประจำกองทัพหลายคนต่างวิ่งวุ่นจนหัวหมุน บนเตียงไม้ที่ประกอบขึ้นอย่างง่าย ๆ มีเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ ผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ภายในกระโจมจึงอื้ออึงไปด้วยเสียงคร่ำครวญเจ็บปวดดังก้องอยู่ข้างหู มองไปทางใดก็เห็นแต่สีแดงฉาน หลินเหยารู้สึกเวียนศีรษะจนแทบยืนไม่อยู่
แพทย์ทหารชราเห็นคนที่หลินเหยาพามา ก็ยื่นเสื้อคลุมทำงานชุดหนึ่งให้นางทันที แล้วสั่งให้นางช่วยรักษาผู้บาดเจ็บ
ค่ายทหารทำงานกันอย่างฉับไวเด็ดขาด ไม่พูดจาไร้สาระ ไม่มีใครเปิดโอกาสให้นางได้โต้แย้ง จื่อเยียนจึงถูกผลักดันให้ไปยืนอยู่ตรงหน้าทหารบาดเจ็บ ราวกับเป็ดที่ถูกต้อนขึ้นเขียง
เมื่อเห็นชายที่ไม่สวมเสื้อ จื่อเยียนก็เบือนหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ
เติบโตมาจนป่านนี้ นางเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ที่ใดกัน! เวลานี้ทั้งอับอายทั้งร้อนใจ ต้องให้น้องสาวคอยเร่งเร้า นางจึงฝืนหันหน้ากลับมาได้
ทหารคนหนึ่งถูกฟันเข้าที่ท้อง เนื้อหนังปริแยก เลือดสดยังคงไหลไม่หยุด เบื้องหน้าจื่อเยียนแดงฉานไปหมด ในท้องของนางปั่นป่วนราวกับคลื่นซัด!
นางยกมือปิดปาก กำลังจะอาเจียน พลันถูกตบหลังอย่างแรงหนึ่งที
“กลั้นไว้” หลินเหยากล่าวเสียงต่ำ
จื่อเยียนเม้มปากแน่น รู้ดีว่าหากแสดงอาการเช่นนี้ย่อมเสียกิริยาเกินไป จึงฝืนข่มความคลื่นเหียนในอกลง หยิบยาห้ามเลือด ผ้าพันแผล และของใช้อื่น ๆ ขึ้นมา ก่อนวางมือที่สั่นเทาลงบนบาดแผล
คนที่แม้แต่มือของบุรุษยังไม่เคยจับ บัดนี้กลับต้องรักษาบุรุษแปลกหน้า ความรู้สึกนั้นช่างบอกไม่ถูก ทว่าบรรยากาศตึงเครียดรอบกายก็ไม่เปิดโอกาสให้นางคิดมาก นางได้แต่ก้มหน้าทำงานทั้งที่สมองมึนงง อกเปลือยของชายหนุ่มทำให้นางต้องหลุบตาหลบอยู่หลายครั้ง
