ภายในห้อง เหยียนฮวนนั่งอยู่บนตั่ง หลิวเหวยเยวี่ยซบไหล่นางอย่างคนสิ้นเรี่ยวแรง ใบหน้าน้อยไร้ชีวิตชีวา ดูหดหู่และเศร้าสร้อยยิ่งนัก
“เจ้าชอบเขาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
เมื่อได้รู้จากปากสาวใช้แล้วว่าตนเมามายจนเสียกิริยา มาถึงขั้นนี้หลิวเหวยเยวี่ยจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก นางพยักหน้า เสียงแผ่วเบาราวปุยหลิว “ตั้งแต่ข้าเริ่มรู้ความ ในใจก็มีเพียงพี่ชายลูกพี่ลูกน้องเท่านั้น หลายปีมานี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
นางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาว่างเปล่าแฝงความเศร้าสุดพรรณนา “ตั้งแต่เล็ก ข้ามีความปรารถนาเพียงข้อเดียว คือได้เป็นภรรยาของเขา” พอเอ่ยถึงตรงนี้ ในดวงตาก็มีประกายอ่อนโยนขึ้นมาเสียที
“แล้วเขารู้หรือไม่” เหยียนฮวนถาม
หลิวเหวยเยวี่ยเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะพึมพำขึ้น “พี่ชายลูกพี่ลูกน้องฉลาดเพียงนั้น จะไม่รู้ได้อย่างไร แต่เขา...ยังคงเฉยชาต่อข้าเสมอมา ข้ารู้ นี่คือคำตอบที่เขาปฏิเสธข้า”
ที่แท้ก็เป็นรักข้างเดียว เหยียนฮวนคิดในใจ
“ตอนเด็กยังไม่เป็นเช่นนั้น” แววตาหลิวเหวยเยวี่ยฉายภาพความทรงจำ แต่เพียงชั่วพริบตาก็หม่นแสงลง “พอโตขึ้น เขาก็ค่อย ๆ ห่างเหินจากข้า ที่จริงไม่ใช่แค่กับข้า ข้ารู้สึกว่าเขาเย็นชากับทุกคน”
ร่างกายพิการยังทำให้จิตใจเปลี่ยนไปด้วยหรือ! เหยียนฮวนถอนหายใจเงียบ ๆ ดูท่าข่าวลือเรื่องโรคเร้นลับของเขาคงเป็นความจริง
ก็จริง บุรุษผู้ต้องประสบเรื่องเช่นนี้ นิสัยเปลี่ยนไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เห็นเด็กสาวยังคงเศร้าโศก เหยียนฮวนจึงตบมือนางเบา ๆ เอ่ยอย่างหนักใจและจนปัญญาอยู่บ้าง “เจ้ายังเด็กนัก ยังไม่รู้ว่าโลกนี้ลึกล้ำเพียงใด บางเรื่องบางอย่างมิได้งดงามหรูหราอย่างที่เห็นภายนอก คนบางคน...”
เขามันไม่ใช่บุรุษ!
