“นั่นแม่ทัพจ่าวน้อย!”
ท่ามกลางฝูงชนมีคนร้องขึ้น
“ท่านแม่ทัพจ้าวมีชัยกลับเข้าเมืองแล้ว!”
แม่ทัพจ่าวน้อยผู้นี้แม้อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเต็ม ก็มีผลงานการศึกโดดเด่น ดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นสาม น้องสาวเป็นอนุชายาของอ๋องหนิง ก่อนหน้านี้ไม่นานได้รับพระบัญชาให้ไปปราบกบฏทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก็ทำภารกิจสำเร็จสมพระประสงค์อีกครั้ง
เขากรำศึกเหนือใต้มาเนิ่นนานจนบัดนี้ยังมิได้แต่งภรรยา เป็นขุนนางใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก ชื่อเสียงโดดเด่นไร้ผู้ใดเทียบ ผู้มาสู่ขอมีมากจนธรณีประตูแทบสึก เป็นชายในฝันของสตรีเมืองหลวงนับไม่ถ้วน
เมื่อเข้าใกล้รถม้าของตระกูลเสิ่น ชายหนุ่มก็ยกมือใหญ่ขึ้น โบกให้ขบวนด้านหลังหยุด จากนั้นรั้งบังเหียน พลิกกายลงจากม้า แล้วมุ่งไปหามารดาและบุตรสาวตระกูลเสิ่นท่ามกลางสายตาของผู้คน
เมื่อมาถึงตรงหน้า เขาประสานมือคำนับ “ฮูหยินเสิ่นสบายดีหรือ”
ตระกูลเสิ่นกับตระกูลจ้าวไม่เคยไปมาหาสู่กันมาก่อน อีกฝ่ายยังตั้งใจลงจากม้ามาทักทาย ความนอบน้อมเช่นนี้ทำให้มารดาสกุลเชินปลื้มใจยิ่งนัก “ท่านแม่ทัพจ้าวสบายดีหรือ”
จ้าวฮวนยิ้ม เมื่อสายตาเลื่อนไปหยุดที่เสิ่นยุนซู ความเด็ดเดี่ยวในคิ้วตาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำอ่อนโยน “คุณหนูเสิ่นสบายดีหรือ”
เมื่อถูกสายตาร้อนแรงของชายหนุ่มจับจ้อง เสิ่นยุนซูก็เขินอายจนก้มหน้าหลุบตา “ท่านแม่ทัพสบายดีหรือ”
เสียงของหญิงสาวไพเราะดุจเสียงนกขมิ้น อ่อนหวานนุ่มนวลและแผ่วพลิ้ว แววตาของจ้าวฮวนยิ่งอ่อนโยนลง
“บังเอิญพบคุณหนูที่นี่พอดี ข้ามีของขวัญชิ้นหนึ่งอยากมอบให้คุณหนู”
จ้าวฮวนเรียกผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่นานนักผู้ติดตามก็ประคองกล่องนิลขัดมณีวิ่งเข้ามา ก่อนเปิดฝาออก
“คราวงานแข่งม้า ข้าโชคดีได้พบคุณหนูครั้งหนึ่ง ได้ยินว่าคุณหนูกลัวหนาว ข้าจึงล่าจิ้งจอกขาวมาหลายตัว แล้วตั้งใจให้คนทำเป็นเสื้อคลุม มอบให้คุณหนู”
