ไหล่พลันเจ็บแปลบ ถูกมือเล็กนุ่มนิ่มคว้าไว้ จากนั้นร่างก็ลอยออกไปโดยไม่อาจควบคุม
“แค่ก แค่ก!” คนที่กินดินเข้าไปเต็มปากเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก
เฮ้อ ถูกจับทุ่มลงพื้นอีกแล้ว
บ่าวสาวในวังต่างตะลึง ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าจะจับเด็กชายที่สูงกว่าตนหนึ่งช่วงศีรษะทุ่มลงกับพื้นได้จริง ๆ
แต่สำหรับองค์ชายเจ็ดแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
แม้เขาจะอายุมากกว่าหลินเหยาสองปี ทั้งยังสูงกว่านาง แต่ซ่งหลินเหยานั้นรูปร่างกำยำ ตั้งแต่เล็กก็ชอบจับดาบจับทวน พอเดินได้ก็เกาะติดองครักษ์เพื่อเรียนวรยุทธ์ แม้ยังเด็กจนฝึกฝนวิชาไม่สำเร็จ แต่ก็พอออกกระบวนท่าได้บ้าง การจัดการกับองค์ชายรูปร่างสูงผอมที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างสุขสบายเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก
เห็นเจ้าหมอนี่ทีไรก็พาลโมโห! จัดการอีกฝ่ายเสร็จแล้ว หลินเหยาก็ตบมือปัดฝุ่น
กำลังกลุ้มใจจนไม่รู้จะระบายกับใครอยู่แท้ ๆ เจ้าตัวซวยกลับเดินมาชนเข้าให้เอง
“เจ้าไม่ใช่แค่เด็กอ้วน แต่ยังเป็นเด็กอ้วนนิสัยเสียอีกด้วย! อย่างเจ้าน่ะ ชาตินี้ก็ไม่มีใครมาสู่ขอหรอก!”
องค์ชายเจ็ดที่เหลือดีแค่ปากระบายคำพูดออกมาเป็นชุด
หลินเหยาไม่สนใจ คนที่อยู่บนพื้นจึงลุกขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน ปัดฝุ่นบนตัวแล้วถอนหายใจ ก่อนหยิบห่อกระดาษออกจากอกเสื้อส่งให้นาง
“เอ้า น้ำตาลดอกกุ้ยฮวาที่เจ้าชอบกิน”
ดวงตาหลินเหยาเป็นประกาย นางคว้าขนมไปอย่างไม่เกรงใจ “นับว่าเจ้ายังมีน้ำใจ”
รู้อยู่ว่านางอารมณ์ไม่ดี ยังอุตส่าห์เอาของกินมาปลอบ
คนผู้นี้เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ปากเสียอย่างหาที่เปรียบมิได้ เอาแต่ล้อว่านางเป็นเด็กอ้วนอยู่ทุกวัน แต่ถึงจะพูดจาเช่นนั้น พอมีของดีเมื่อไรก็มักนึกถึงนางและเอามาฝากเสมอ แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้ทั้งสองลงไม้ลงมือกันอีกในคราวหน้า
ความคิดหวนกลับมา องค์ชายเจ็ดก็นึกถึงคำว่า “น้องสาว” ที่หลุดจากปากฮูหยินของเลี่ยงเสี่ยง
“ซ่งเสี่ยวอู่!”
