“ต่อให้อ๋องหนิงผู้นั้นยอมลดศักดิ์ศรีลงได้ มารดาของเขาจะยอมลดศักดิ์ศรีด้วยหรือ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้พวกเขายินยอม ฮ่องเต้จะทรงทำเรื่องเสียพระเกียรติเช่นนี้ได้หรือ”
“จะให้รับลูกสะใภ้ที่หย่าขาดแล้วกลับเข้าบ้านอีกครั้ง ราชวงศ์รักหน้าตายิ่งนัก ย่อมทนเสียหน้าเช่นนี้ไม่ได้ ต่อให้อ๋องหนิงต้องการเพียงใด ก็ทำได้แค่คิดอยู่ฝ่ายเดียว”
ชิงอินวางอาภรณ์ในมือลง สายตาทอดผ่านเปลวเทียน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงความกังวล
“เจ้าไม่เข้าใจหนีเฟย นางแม้จะเป็นคนแข็งกร้าวเย่อหยิ่ง แต่รักบุตรยิ่งนัก อ๋องหนิงเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของนาง หากอ๋องหนิงยืนกราน ในท้ายที่สุดนางคงยอมตามใจเขา ราชวงศ์มีวิธีการมากมาย หากพวกเขาคิดจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ...”
“เพราะฉะนั้นเจ้ายิ่งต้องรีบแต่งงาน!”
เจียงอวิ๋นชิงชิงพูดขึ้นก่อน “แล้วตามที่เจ้าคิด เจ้าจะทำอย่างไร? จะนั่งรอไปเช่นนี้ รอจนวันหนึ่งแม่ลูกคู่นั้นคิดหาวิธีพาเจ้ากลับไปหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค่กังวลว่าจะพาเจ้าเข้าไปพัวพันด้วย และก็อยากหาทางที่รอบคอบไร้ช่องโหว่”
เจียงอวิ๋นชิงไม่เข้าใจอ๋องหนิงกับราชวงศ์ ทว่าชิงอินรู้ดี
ตั้งแต่ครั้งที่อ๋องหนิงแอบช่วยเหลือกิจการของนางที่เจวี้ยเซียงเสี่ยวกวน ชิงอินก็เกิดลางสังหรณ์ว่า ทุกการเคลื่อนไหวของนางล้วนอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย
นางถึงกับรู้สึกว่าชายผู้นั้นยังแอบทำสิ่งอื่นอีกในที่ที่นางมองไม่เห็น
“สิ่งที่เจ้าควรคิดคือ ก่อนอ๋องหนิงจะลงมือ รีบแต่งงานออกไปเสีย ตัดหนทางที่พวกเขาจะพาเจ้ากลับไป!”
“ทำให้ความคิดของเขายากจะเป็นจริง ยากยิ่งขึ้นไปอีก”
เจียงอวิ๋นชิงทำหน้าขึงขัง “พี่หญิงลองคิดดู หากวันใดอ๋องหนิงกล่อมฮ่องเต้จนทรงมีราชโองการลงมา เจ้าก็มีแต่ต้องรับพระราชโองการเท่านั้น”
