หลังจากเรื่องเมื่อครู่ หลินเหยาก็ปิดบังต่อไปไม่ไหวแล้ว
เมื่อรู้ว่ามารดาอารมณ์ไม่ดี สือเยี่ยนจึงว่าง่ายเป็นพิเศษ “ท่านแม่ ถึงพี่เลี้ยงองค์รัชทายาทจะเคยทำผิดมาก่อน แต่ข้าว่าพระองค์ทรงรู้แล้วว่าผิด”
“ท่านแม่สอนพวกเรามิใช่หรือว่าผู้รู้ผิดแล้วแก้ไขย่อมเป็นสิริมงคลยิ่ง เหตุใดจึงให้อภัยพระองค์ไม่ได้เล่า”
“ใช่ ๆ” ซินหยางปีนขึ้นเตียงมาด้วย “พี่เลี้ยงองค์รัชทายาทตรัสว่าจะให้ครอบครัวพวกเราได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน เหตุใดท่านแม่จึงไม่ยอมเล่า”
เด็ก ๆ ยังเล็ก หลินเหยาไม่อยากเล่าเรื่องความแค้นและความผูกพันของผู้ใหญ่ให้พวกเขาฟัง ทว่า...
เรื่องราวล่วงเลยเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้ แม้วันนี้จะบีบให้องค์รัชทายาทถอยกลับไปแล้ว แต่นางรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ล้วนไม่อยู่ในมือของนางอีกแล้ว
วันนี้ผู้ที่มาคือองค์รัชทายาท หากวันใดผู้ที่มาคือราชโองการของฮ่องเต้ นางก็ไม่อาจขัดขืนได้อีก
นางไม่รู้ว่าจะยังได้อยู่กับเด็ก ๆ อีกนานเพียงใด มีบางเรื่องจึงต้องบอกพวกเขา มีบางหลักการก็จำเป็นต้องอธิบายให้ฟัง ไม่ว่าเด็ก ๆ จะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม
ต้องให้พวกเขารู้ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยอันตราย จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง เผื่อวันใดต้องกลับไปตงกงจริง ๆ พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีปกป้องตนเอง
“พี่เลี้ยงองค์รัชทายาทตรัสว่าจะให้ครอบครัวพวกเราได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน เรื่องนี้...ยากยิ่งนัก”
หลินเหยาอธิบายอย่างใจเย็น “ในบ้านของพี่เลี้ยงองค์รัชทายาทมีภรรยา ก็คือพระชายาองค์รัชทายาท ทั้งยังมีอนุชายาและเหลียงตี้อีกหลายคน ซึ่งก็คือหม่อมเล็กขององค์รัชทายาท”
“แคว้นเหลียงของเรามีกฎมณเฑียรบาลว่า สตรีที่มีวรยุทธ์ไม่อาจเข้าวังเป็นพระชายา กล่าวคือ แม้ข้ากับพี่เลี้ยงองค์รัชทายาทจะมีพวกเจ้าสองคน แต่ข้ากับพระองค์มิใช่สามีภรรยากัน ท่านแม่ไม่มีฐานะใด ๆ และต่อไปก็ไม่มีเช่นกัน”
