เมื่อได้ยินว่าฮองเฮาประชวรหนัก หลินเหยาก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย นางมิได้ปรารถนาให้ผู้อาวุโสที่เลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เยาว์วัยต้องจากไปด้วยความเสียใจ
ทว่าเมื่อนึกถึงว่าหากนางยอมผ่อนปรนแม้เพียงเล็กน้อย เด็ก ๆ ก็ย่อมต้องกลับไปยังตงกงเป็นแน่
พระสนมที่มีฐานันดรต่ำไม่มีสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายในหรือฝ่ายตงกงก็ล้วนเป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ของนางที่แม้แต่สถานะก็ยังไม่มี
ราชวงศ์ย่อมไม่ยอมให้เด็ก ๆ อยู่ใต้ชายคาของนางต่อไป ต้องหามารดาคนใหม่ให้พวกเขา หากไม่มีเหตุเหนือคาด สิบในสิบส่วนย่อมเป็นพระชายาองค์รัชทายาทสกุลเมิ่งผู้นั้น
ตระกูลเมิ่ง!
หลินเหยากำหมัดแน่น หากเด็ก ๆ เข้าไปในตงกง ก็ไม่ต่างจากลูกแกะเข้าปากเสือ!
วันนี้หากนางใจอ่อน วันหน้าชะตากรรมของลูก ๆ จะเป็นเช่นไรย่อมไม่อยู่ในอำนาจของนางอีก แม้จะสงสารฮองเฮาเพียงใด แต่เมื่อเป็นเรื่องความปลอดภัยของบุตร นางก็ทำได้เพียงเลือกอย่างหลัง
“ฮองเฮาประชวรหนัก หม่อมฉันก็เจ็บปวดใจยิ่งนัก แต่ท่านองค์รัชทายาทก็ไม่ควรนำบุตรของผู้อื่นไปหลอกพระนางเจ้าเพคะ”
เซียยิ้นเฉินเอ่ยอย่างเจ็บปวดใจ “ถึงยามนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือ?”
เรื่องเร่งด่วนนัก เขาไม่อยากยืดเยื้ออีก “เรื่องอื่นค่อย ๆ คลี่คลายกันทีหลัง แต่ตอนนี้ข้าต้องพาเด็ก ๆ เข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่ก่อน”
คิดได้ดังนั้น เซียยิ้นเฉินจึงจูงมือเด็ก ๆ เดินต่อไปข้างหน้า
แสงเงินวาบผ่าน คนรับใช้โดยรอบต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ!
“คุณหนูซ่งทำอะไร อย่าได้เสียมารยาท!”
“ท่านแม่ อย่าทำร้ายท่านลุง!”
เมื่อเห็นคมกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอ เซียยิ้นเฉินชะงักงันไปชั่วขณะ แสงเย็นเยียบสะท้อนตา แววตาของสตรีตรงหน้าเย็นชาไร้ความปรานีไม่ต่างจากกระบี่คมในมือ
