เวินฉีเยว่สะอื้นไห้พลางสะอึกสะอื้น “แต่เหตุใดนางต้องทำเช่นนี้ เหตุใด!”
“เพื่อเอาความดีความชอบไปประจบองค์รัชทายาท”
เมิ่งตี๋เกลียดชังหญิงผู้นั้นจนแทบอยากจับนางกลืนกินทั้งเป็น “พวกเราก็โง่เขลานัก ถึงได้หลงเชื่อนางง่ายดายเช่นนี้”
“นั่นสิ พวกเขาเป็นอาหลาน สายเลือดเดียวกัน นางจะทนทำลายชื่อเสียงหลานชายกลางที่สาธารณะได้อย่างไร”
“หญิงแพศยาผู้นี้แสร้งรับปากว่าจะร่วมมือกับพวกเรา แท้จริงกลับลอบแพร่งพรายข่าวให้องค์รัชทายาท ขายไมตรีให้องค์รัชทายาท เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพี่ชายและหลานชาย”
ดวงตาของเมิ่งตี๋แดงก่ำ “เห็นพวกเราเป็นเพียงหมาก เป็นบันไดให้เหยียบย่ำไต่เต้าขึ้นไป!”
เวินฉีเยว่ถูกหลอกใช้และหักหลัง พ่ายแพ้ย่อยยับ ความคับแค้นใจถาโถมเข้ามา ในดวงตาที่แห้งผากเหลือเพียงความเคียดแค้น
“หญิงแพศยาผู้นี้ นางเป็นคนทำลายข้า หนี้แค้นนี้สักวันข้าจะต้องทวงคืนจากนาง!”
————
จื่อเยียนและคณะกลับถึงเยี่ยนหยุนตั้งนานแล้ว จืออี้พักอยู่ที่บ้านน้า หลังจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็เริ่มลงมือขยายกิจการของตระกูลให้แพร่หลายในเยี่ยนหยุน
ยามว่าง เมี่ยวอี้ก็มักลากนางไปขี่ม้าแถบชายแดน จับปลาริมแม่น้ำ ชมตะวันขึ้นและตะวันลับฟ้า
วันนั้นสองพี่น้องเพิ่งควบม้ากลับมาจากนอกเมือง เดินเข้ามาในเรือนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของจื่อเยียนดังมาจากในห้อง
“เรื่องอะไรหรือ ถึงได้มีความสุขเพียงนี้”
เมี่ยวอี้เข้าไปในห้อง ก็เห็นมารดาถือกระดาษจดหมายไว้ในมือ หัวเราะจนกุมท้อง สองพี่น้องมองหน้ากัน ต่างคาดเดาว่าเรื่องใดทำให้นางมีความสุขถึงเพียงนี้
“จดหมายจากพี่สาวคนโต” จื่อเยียนกล่าวพลางหัวเราะ “รู้หรือไม่ว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร”
สองสาวส่ายหน้า
“สกุลเวินคนนั้นตกที่นั่งลำบากแล้ว!”
จื่อเยียนพูดจบก็หัวเราะลั่นอีกครั้ง เมี่ยวอี้หยิบจดหมายมาอ่านพร้อมกับจืออี้
