ซูเป่าจูสะอื้นเอ่ยขึ้นว่า “ซูเนี่ยนเซิงนังผู้หญิงใจคอโหดคนนั้น ไม่เพียงทำร้ายตระกูลจ้าว แม้แต่ฉันเธอก็ยังไม่ยอมปล่อย”
“พูดให้ชัด ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” จ้าวไห่ชิงจับมือซูเป่าจูไว้ น้ำเสียงร้อนรน
ซูเป่าจูสะอึกสะอื้น ก่อนกุเรื่องโกหกโดยมีความจริงอยู่สามส่วนและเท็จอีกเจ็ดส่วน “ก่อนซูเนี่ยนเซิงจะถูกส่งไปชนบท เธอให้เงินพ่อแม่แท้ ๆ ของฉัน 300 หยวน สั่งให้พวกเขาขายฉันให้หวังขาเป๋ที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง หวังขาเป๋คนนั้นเป็นพวกวิปริต เขา...เขาเมาแล้วพยายามขืนใจฉัน ฉันขัดขืนสุดชีวิต ใช้กรรไกรแทงเขาจนบาดเจ็บถึงหนีออกมาได้”
เธอไม่พูดถึงเรื่องที่ตัวเองกวาดเอาเงินกับคูปองของหวังขาเป๋ไปจนหมด และยังวางเพลิงเผาบ้านพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเอง กลับโยนความผิดทั้งหมดไปให้ซูเนี่ยนเซิง
“หวังขาเป๋?”
จ้าวไห่ชิงเดือดดาล “ไอ้คนแล่หมูอันธพาลที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองนั่นน่ะเหรอ? ซูเนี่ยนเซิงกล้าทำถึงขนาดนี้ได้ยังไง!”
“มีอะไรที่เธอไม่กล้าทำบ้างล่ะ”
ซูเป่าจูคว้าแขนเสื้อจ้าวไห่ชิงแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ “พี่ไห่ชิง เป็นฝีมือซูเนี่ยนเซิง ทุกอย่างเป็นแผนของซูเนี่ยนเซิง! เธอยังเป็นคนไปแจ้งจับพ่อจ้าว ทำให้ครอบครัวพี่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย!”
รูม่านตาของจ้าวเจี้ยนเย่หดลง
“เธอบอกว่าซูเนี่ยนเซิงเป็นคนแจ้งจับฉันเหรอ? มีหลักฐานไหม?”
“ฉันเห็นกับตา!”
ซูเป่าจูโกหกอย่างเคียดแค้น
ที่จริงเธอไม่ได้เห็นอะไรเลย แต่ต้องโยนความเกลียดชังทั้งหมดไปให้ซูเนี่ยนเซิง ถึงจะทำให้พ่อลูกตระกูลจ้าวยอมเป็นเครื่องมือของเธอได้
“เธอได้สมุดบัญชีจากหลี่เอ้อร์ไล่ แล้วเอาจดหมายแจ้งความไปส่งกลางดึก ฉันอยากมาบอกพวกคุณ แต่ถูกเธอจับได้ เธอเลยบังคับพ่อแม่ฉันให้ขายฉันให้หวังขาเป๋ เธอไม่เพียงอยากทำลายตระกูลจ้าว แต่ยังอยากทำลายฉันด้วย! ฮือ ๆ...”