ยามเช้าของหน่วยผลิตหงซิงมักมาพร้อมลมทะเลชื้น ๆ ซูเนี่ยนเซิงตื่นแต่เช้า ขยับยืดเส้นยืดสายอยู่ในลานบ้าน
ถึงอย่างไร ร่างกายในชาตินี้ก็สู้ร่างเดิมไม่ได้ พื้นฐานอ่อนแอกว่าอยู่บ้าง ต้องเร่งฝึกให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว
ซูจื่อเหิงเด็กคนนี้รักษาคำพูดจริง ๆ หลายวันมานี้ลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง วิ่งวนรอบลานบ้านพลางหอบแฮ่ก ๆ
ส่วนซูอวิ๋นเยี่ยก็คอยวิ่งเป็นเพื่อนเขาตลอดพ่อลูกวิ่งนำหน้าตามหลัง ดูเข้าตากันไม่น้อย
ซูเนี่ยนเซิงจับชีพจรให้ซูอวิ๋นเยี่ยทุกวัน เธอสัมผัสได้ว่าร่างกายของพี่ชายใหญ่ดีขึ้นวันละนิด
ซูเนี่ยนเซิงเหลือบมองทั้งคู่ ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหันหลังเข้าครัว
มื้อเช้ากินกันง่าย ๆ เป็นโจ๊กข้าวขาวกับผักดอง
ตอนนี้สภาพจิตใจของซูเว่ยกั๋ว หลินหว่านซู และซูหมิงจูก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“เนี่ยนเนี่ยน เดี๋ยวแม่ไปเฝ้าที่คลินิกเป็นเพื่อนไหม?” หลินหว่านซูถามพลางตักข้าว
ซูเนี่ยนเซิงส่ายหน้า “แม่ไม่ต้องหรอกค่ะ อยู่พักผ่อนที่บ้าน แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนพี่สาวให้ดี ทางคลินิกมีคนที่หัวหน้าหน่วยจัดไว้แล้ว ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
กินข้าวเสร็จ ซูเนี่ยนเซิงก็หิ้วกล่องยาเขียวทหารออกจากบ้าน
หน้าคลินิกชั่วคราวของหน่วยผลิตหงซิงมีชาวบ้านมาต่อแถวลดลงไปกว่าครึ่ง
หลังตรวจรักษาต่อเนื่องกันสามวัน โรคเรื้อรังที่ชาวบ้านเป็นกันมานานก็แทบได้รับการรักษาจากซูเนี่ยนเซิงจนหมด
ซูเนี่ยนเซิงไม่คิดค่ารักษา แต่ชาวบ้านก็ยังนำของมามอบให้ไม่น้อย ทั้งผักที่ปลูกเองในบ้าน มะละกอ ไข่ไก่ หน่อไม้ฤดูหนาวที่ขึ้นไปขุดบนเขา...เรียกว่ามีแทบทุกอย่าง
เธอรับไว้ทั้งหมด ในเมื่อรับเงินไม่ได้ แล้วจะรับอย่างอื่นไม่ได้หรือไง?
เธอไม่ใช่แม่พระสักหน่อย
ตอนนี้ผู้เฒ่าทั้งเจ็ดจากคอกวัวพักอยู่ชั่วคราวในโกดังข้าง ๆ