ความมืดมิดไร้ขอบเขตโอบล้อมห้องพักบนยานทั้งห้องไว้แน่น
ไม่มีเสียงหลอดไฟหึ่ง ๆ ไม่มีเสียงเครื่องจักรทำงานแผ่วเบาจากที่ไกล ๆ แม้แต่เสียงผู้คนจอแจในทางเดินที่ดังไม่ขาดสายทุกวันก็เงียบลงไปกว่าครึ่ง ซูโม่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยความเย็นยะเยือกจาง ๆ ที่แทบสัมผัสไม่ได้
เบื้องหน้ายังคงมืดสนิท
เขายกมือแกว่งไปมาตรงหน้า แต่กลับมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วตัวเอง
“ไฟดับเหรอ...?”
ซูโม่พึมพำเสียงเบา ก่อนจะค่อย ๆ ตระหนักถึงสถานการณ์
ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ราวกับกาลเวลาถูกบดขยี้และกลืนหายไปในความมืดมิดนี้
เขาก้มมองสายรัดข้อมือ
ค่าโดยสารยานของวันนี้ถูกหักไปโดยอัตโนมัติ ยอดเงินคงเหลือ 35
แสดงว่าตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว
ซูโม่คลำทางลงจากเตียง อาศัยความทรงจำควานหาของบนโต๊ะ ไม่นานก็หยิบกระป๋องเหล็กเก่าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาได้
เขาหมุนเปิดฝา กลิ่นคาวปลาแสบจมูกโชยออกมาทันที
ข้างในคือน้ำมันปลา
สกัดจากปลาทิ้งราคาถูกที่ขายกันในตลาดมืด
ไฟดับไม่ใช่เรื่องแปลกในเขตผู้อพยพ มันเหมือนประจำเดือนที่มาทุกเดือน จะดับอย่างน้อยครึ่งวัน บางครั้งก็ดับไปทั้งวัน ดังนั้นคนในเขตผู้อพยพจึงมักซื้อของสำรองไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ยามฉุกเฉินแบบนี้
เขาคลำหาเชือกป่านเส้นเล็กใต้โต๊ะ จุ่มจนชุ่มน้ำมันปลา จากนั้นหาเศษเหล็กมาดัดให้เป็นถาดตื้น ๆ แล้วขดเชือกชุบน้ำมันลงไป เขาใช้หินจุดไฟขัดกันสองสามครั้ง ประกายไฟตกลงบนเชือกป่าน เปลวไฟดวงเล็กก็ลุกพรึ่บขึ้นมา
แสงไฟสีเหลืองสลัวแผ่ไปทั่วห้อง
