ซูโม่ล้างเฟืองตัวสุดท้ายเสร็จแล้ว
เขายกมันไปตรวจสอบรอบสุดท้ายใต้แสงไฟ
เฟืองทองแดงมีทั้งหมดเจ็ดตัว เรียงจากใหญ่ไปเล็ก หกตัวแรกถูกขัดจนเงาวับ ฟันเฟืองครบถ้วน ผิวสัมผัสที่ขบกันเรียบลื่น มีเพียงตัวที่เล็กที่สุดเท่านั้น
ฟันเฟืองบิ่นไปมุมหนึ่ง
รอยบิ่นไม่ใหญ่ ประมาณหนึ่งในสามของฟันเฟืองทั้งซี่ อยู่ตรงขอบด้านในของเฟือง หากไม่เพ่งมองให้ดีแทบไม่มีทางสังเกตเห็น
“ดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิดจริง ๆ”
ซูโม่วางเฟืองกลับใต้แสงไฟ แล้วใช้แว่นขยายตรวจดูจุดที่บิ่นอย่างละเอียด รอยแตกตรงหน้าตัดมีคราบดำจากออกซิเดชันจาง ๆ แสดงว่าความเสียหายนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น อย่างน้อยก็เป็นมาหลายเดือน หรืออาจนานกว่านั้น
“หัวหน้า เจอปัญหาแล้วเหรอ?” อาหยวี๋ขยับเข้ามาใกล้
“อืม ยุ่งยากนิดหน่อย”
ซูโม่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องเฟืองที่บิ่นอยู่นาน หากมีอะไหล่สำรองก็แค่เปลี่ยนตัวใหม่
แต่ชิ้นนี้เป็นอะไหล่มาตรฐานจากโลกเก่า จำนวนฟัน โมดูล และมุมแรงดันล้วนเป็นขนาดเฉพาะ บนเรืออาร์กไม่มีสายการผลิต ส่วนตลาดมืดก็ไม่มีทางหาซื้อได้
เขามีเฟืองเก่าที่ถอดมาจากกองเศษวัสดุอยู่หลายตัว แต่ขนาดไม่ตรงกัน รูปทรงฟันก็ไม่เหมือนกัน ฝืนใส่เข้าไปมีแต่จะทำให้ชุดเฟืองพังทั้งชุด
ทางเดียวคือแต่งรูปฟันเฟืองด้วยมือ
เติมส่วนที่บิ่นให้เต็ม
พูดน่ะง่าย แต่ทำจริงเป็นอีกเรื่อง
เฟืองตัวนี้เดิมทีก็มีขนาดแค่เมล็ดข้าว ฟันเฟืองเล็กละเอียดราวกับปลายเข็ม การซ่อมฟันเฟืองหนึ่งซี่ด้วยมือก็เหมือนแกะสลักลวดลายบนเมล็ดงา
“หวังว่าพรสวรรค์จะช่วยได้บ้าง”
