หลังล็อกประตูใหญ่ของโรงงาน ทั้งสองก็เดินมุ่งหน้าไปทางตลาดมืด
อาหยวี๋เดินก้มหน้าตามหลังซูโม่เป็นระยะ พลางเหลือบมองยอดคงเหลือ 53 แต้มเปลือกหอยทะเลบนหน้าจอเป็นครั้งคราว
ซูโม่เห็นแล้วก็อดเตือนไม่ได้
“อย่าเอาแต่ก้มดูสายรัดข้อมือ ตั้งใจดูทางด้วย”
อาหยวี๋รีบซ่อนแขนไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มเขิน ๆ “รู้แล้วค่ะ หัวหน้า”
ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ในทางเดิน เห็นสมาชิกทีมเก็บซากเดินเร่งรีบอยู่ทุกหนแห่ง
ตอนนี้เป็นช่วงเช้า พอดีกับเวลาออกไปปฏิบัติงานนอกฐาน
“หัวหน้า คนออกไปปฏิบัติงานนอกฐานกันเยอะจัง”
อาหยวี๋เดินอยู่ข้างกายแล้วเอ่ยเสียงเบา
ซูโม่เหลือบมองเธอ “อิจฉาเหรอ?”
อาหยวี๋รีบส่ายหน้าจนผมแทบสะบัด “เปล่าค่ะเปล่า แค่ดูเฉย ๆ ออกไปทำงานข้างนอกอันตรายจะตาย ซ่อมปลอกกระสุนอยู่ในโรงงานปลอดภัยกว่าเยอะ”
ซูโม่ฟังแล้วก็ยิ้มบาง ๆ
เรื่องเล็ก ๆ ในใจเธอย่อมปิดเขาไม่มิด
เด็กสาวยังอายุน้อย พอได้ยินข่าวคนอื่นออกไปทำงานข้างนอกแล้วร่ำรวยชั่วข้ามคืนมากเข้า ในใจก็ย่อมหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็จะเข้าใจเองว่าชีวิตมีค่ากว่าลาภลอย
อาหยวี๋เดินไปอีกสองสามก้าว ก่อนเงยหน้าถาม “หัวหน้า พวกเรานับว่าเป็นคนรวยไหมคะ?”
“ยังไม่ถึงขั้นรวย อย่างมากก็แค่พอมีเงิน”
ซูโม่ตอบตรง ๆ ไม่ไว้หน้า
เขารู้ดีว่ากระแสราคาสินค้ารอบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ทั้งกระแสที่หัวใจจักรกลสร้างขึ้น การหนีหายไปของเจ้าลิงผอม แล้วยังบังเอิญเป็นช่วงที่ปลอกกระสุนขาดตลาด ถึงดันราคากระสุนจาก 4 แต้มขึ้นไปเป็น 8 แต้มได้
