ตั้งแต่ย้ายออกจากเขตเอ พี่สะใภ้จ้าวก็ไม่เคยพูดกับเขาอีกเลย บางทีอีกฝ่ายคงคิดว่าพวกเขาเป็นคนละโลกกันไปแล้ว!
เมื่อก่อนพี่สะใภ้จ้าวไม่เคยกินขนมปังดำด้วยซ้ำ
น้ำใจและศักดิ์ศรี
กลับเปราะบางจนพังทลายได้ง่ายดายเมื่ออยู่ต่อหน้าความหิวโหย
ซูโม่ถอนหายใจ
ครู่ต่อมา เขาพาอาหยวี๋มายังแผงเดิมที่เคยมาเมื่อครั้งก่อน อาหยวี๋มองไปรอบ ๆ อย่างสนใจแล้วถามว่า
“หัวหน้าทีม ที่นี่ไม่ใช่แผงของเจ้าลิงผอมหรือ?”
“ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้เป็นของฉัน”
ซูโม่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนก้มวางกล่องเหล็กลงกับพื้น เผยให้เห็นกระสุนที่อยู่ข้างใน
จากนั้นก็รอลูกค้าเข้ามา
เพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน เสียงคุ้นหูก็ดังมาจากข้าง ๆ
“เอ๊ะ เอ๊ะ บังเอิญจริง! ช่างซู!”
พอได้ยินเสียงนี้ ซูโม่ก็ร้องในใจว่าแย่แล้ว
เขาหันไปมอง และก็เป็นเถ้าแก่เฉียนจริง ๆ
เถ้าแก่เฉียนยังคงสวมแจ็กเก็ตเก่าลายฉูดฉาดตัวเดิม ในมือถือถุงผ้าใบใบใหญ่ที่พองตุง เดินโซเซเข้ามา
ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็วางข้าวของของตัวเองลงบนพื้นที่ว่างข้างซูโม่ ดูท่าคงคิดจะตั้งแผงขายของด้วยกัน
พูดตามตรง ซูโม่ไม่อยากเจอชายคนนี้เอาเสียเลย
หม่าต้าจ้วงปากมากก็จริง แต่อย่างน้อยก็รู้จักประมาณคำ ส่วนตาแก่นี่เปิดปากทีไรก็ไม่มีหูรูด เรื่องน่าอับอายอะไรก็เอามาตะโกนโพนทะนาได้หมด คราวก่อนเสี่ยวชุ่ยมาหาถึงที่ก็เพราะหมอนี่เอาเรื่องของเขาไปป่าวประกาศมั่วซั่ว
แต่ของก็วางลงไปแล้ว จะให้เขาหันหลังหนีไปเลยก็คงไม่ได้ ซูโม่จึงได้แต่ข่มความเอือมระอาไว้ ฝืนยิ้มทักทายว่า “เถ้าแก่เฉียน บังเอิญจริงนะครับ”
เถ้าแก่เฉียนเปิดถุงผ้า หยิบขวดโหลข้างในออกมาแล้วเริ่มจัดวาง
