หาข้ออ้างได้แล้ว หรงเซี่ยนก็พาเวินลิ่งเจาไปพักผ่อนเป็นเวลาเจ็ดวัน
จุดหมายคือเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซีกโลกใต้ ก่อนหน้านี้เธอเคยเอ่ยถึงมันอยู่ครั้งหนึ่ง หรงเซี่ยนจึงจำได้ขึ้นใจ พอมีโอกาสเหมาะก็ซื้อเกาะแห่งนี้ไว้ เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสบอกเธอ
คราวนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์พอดี
โลกใบเล็ก ๆ ที่มีเพียงพวกเขาสองคน อิสระเสรี อยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจ
“ที่นี่สวยจัง! คราวหน้าฉันจะชวนเพื่อน ๆ มาจัดปาร์ตี้ที่นี่ให้หมดเลย!”
เวินลิ่งเจาชอบเล่นสนุก ตั้งแต่เด็กก็เป็นแบบนี้ พอได้มาที่ใหม่ก็ยิ่งดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
นี่เป็นเกาะของหรงเซี่ยน จะว่าไปก็เป็นเกาะของเธอด้วย เธออยากจัดการอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
ไม่ต้องพูดถึงชวนเพื่อน ต่อให้เรียกมนุษย์ต่างดาวมาจอดยานอวกาศที่นี่ก็ยังไม่มีปัญหา
เท้าเหยียบลงบนหาดทรายนุ่มนิ่ม ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าไว้หนึ่งรอย ลมทะเลพัดผมยาวปลิวขึ้นสูง
เวินลิ่งเจาปัดผมอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ปัดกลับไป ลมก็พัดมันปลิวมาอีกทันที
เธอเริ่มหงุดหงิด กำลังจะโมโห หรงเซี่ยนก็สวมหมวกสานแต่งขอบลูกไม้ใบงามให้เธอเสียก่อน
“สวยดี” เขาชมตามมาด้วย
เวินลิ่งเจาหายโมโหในทันที กลับมายิ้มแย้มแล้วเดินลุยน้ำต่อ มือหนึ่งหิ้วตะกร้าใบเล็ก คอยเก็บเปลือกหอยกับก้อนหินเล็ก ๆ เป็นระยะ
ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เธอไปเที่ยวกับพ่อแม่ พอกลับมาก็บอกว่าเตรียมของขวัญสุดพิเศษให้เขา พอเปิดดู ที่แท้เป็นก้อนหินสวย ๆ ที่เก็บมาจากชายหาด
“สวยมากเลยนะ เป็นก้อนหินที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น ฉันพกมันมาตลอดทาง ก็เพราะอยากเอากลับมามอบให้คุณ!”
ก้อนหินหาได้ทั่วไป แต่น้ำใจนั้นหาได้ยาก ของขวัญที่เจ้าหญิงตัวน้อยมอบให้ย่อมเป็นของดีที่สุด เขารับไว้ด้วยความยินดี แถมยังจ้างคนมาทำกรอบใส่ก้อนหินเก็บไว้อย่างดีโดยเฉพาะ
ไม่รู้ว่ากลับไปคราวนี้จะได้ของขวัญแบบนั้นอีกหรือเปล่า ถึงเธอจะเก็บมันต่อหน้าเขาก็เถอะ แต่มีโอกาสสูงที่เธอจะทำแบบนั้นอีก
“นี่ ก้อนนี้สวยที่สุดเลย ให้คุณ!”
เอาเถอะ ไม่ต้องรอกลับไป ตอนนี้เธอก็เริ่มมอบของขวัญให้เขาแล้ว
หรงเซี่ยนยื่นมือรับมาแล้วพินิจดูอย่างละเอียด
“ดูแล้วก็ไม่ได้พิเศษอะไร ไม่สวยเท่าก้อนอื่น ๆ ในมือคุณเลย”
