สองวันก่อนเทศกาลตวนอู่ คุณย่าก็มาถึงบ้านตระกูลเวิน
เวินผางคุนกับภรรยามารออยู่หน้าประตูแต่เช้า แม้แต่เวินลิ่งเจาที่ชอบนอนตื่นสายก็ยังถูกพี่เลี้ยงปลุกให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สุภาพเรียบร้อย แล้วออกมาต้อนรับพร้อมกัน
คุณย่าเป็นคนเจ้าระเบียบมาแต่ไหนแต่ไร คราวนี้จะมาอยู่ด้วยสักพัก พวกเขาซึ่งเป็นลูกหลานก็ต้องยอมตามใจและผ่อนปรนให้มากหน่อย อย่าทำให้ท่านโมโห อะไร ๆ ก็ประนีประนอมกันไว้ย่อมดีที่สุด
จ้าวอี๋หลิงพูดเรื่องพวกนี้กับเวินลิ่งเจาไปแล้วเมื่อคืน
เวินลิ่งเจารู้จักกาลเทศะ แน่นอนว่าย่อมรู้ว่าต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายสักหน่อย
ถึงจะอยู่บ้านหลังเดียวกัน พอถึงเวลาก็ยังหาทางหลบได้ ขอแค่ตอนเจอหน้ากันระวังตัวให้มากหน่อยก็พอ
“แม่ครับ เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ” เวินผางคุนเป็นคนก้าวเข้าไปต้อนรับก่อน จ้าวอี๋หลิงหันไปสั่งพี่เลี้ยงให้ช่วยยกกระเป๋า
“สวัสดีค่ะคุณย่า” เวินลิ่งเจาไม่อยากเป็นจุดสนใจ พอทักทายเสร็จก็รีบเดินตามหลังจ้าวอี๋หลิงต้อย ๆ ทำท่ากระตือรือร้นจะเข้าไปช่วย
“เจาเจา ทำอะไรน่ะ” เวินจี้ชวนตาไว เห็นเธอทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ทันที
“พี่ชาย” เวินลิ่งเจาร้องเรียก
เวินจี้ชวนเป็นลูกชายของคุณลุงใหญ่ของเวินลิ่งเจา เพียงแต่คุณลุงเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก หลายปีมานี้เขาจึงใช้ชีวิตอยู่กับคุณย่ามาตลอด
ตอนเด็ก ๆ เวินลิ่งเจากับเขาสนิทกันมาก เด็กน้อยสองคนที่ยังใส่กางเกงเปิดก้นวิ่งเล่นโคลนกันอย่างสนุกสนานในสวนของบ้านเก่า แต่พอเธอถึงวัยเข้าเรียนก็ไปอยู่เมืองหลวงตลอด แทบไม่ได้กลับบ้านเก่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงห่างเหินลง เจอกันได้แค่ช่วงเทศกาลสำคัญ
