อวี๋เฉิงสั่งอาหารบ้าน ๆ ทั้งนั้น เป็นรสชาติที่เวินลิ่งเจาชอบกินก่อนหน้านี้ จากนั้นก็สั่งอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นมาเพิ่มอีกสองสามอย่าง
อาหารเต็มโต๊ะ ดูน่ากินและอุดมสมบูรณ์มาก
เวินลิ่งเจากินไปไม่น้อย
ส่วนหนึ่งเพราะรสชาติอร่อยจริง ๆ อีกส่วนเพราะรู้ว่าอวี๋เฉิงหาเงินมาได้ไม่ง่าย จึงไม่อยากทำให้เงินของเขาสูญเปล่า
ถ้าวันนี้เป็นเผยเย่าก็คงไม่เหมือนกัน
ถึงอย่างไรเผยเย่าก็หาเงินได้ง่ายมาก เขาเป็นคนพูดเอง
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็น่าขำ ครั้งก่อนเผยเย่าพูดหยอกเวินลิ่งเจาสองสามประโยคว่าเลี้ยงดูเธอต้องใช้เงินไม่น้อย ผลคือพอเวินลิ่งเจาได้ยิน เธอก็ไม่ยอมใช้เงินอีกเลย กินข้าวยังต้องเก็บไว้กินมื้อต่อไป ไม่ยอมเอาเสื้อผ้าใหม่ แถมยังจะเอาเสื้อผ้าส่วนเกินไปขายเพื่อช่วยเขาประหยัดเงิน...
เรื่องนี้ทำเอาเผยเย่าลำบากใจไม่น้อย ไม่ว่าจะกล่อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงได้แต่บอกเธอว่าเขาหาเงินง่ายมาก เธออยากใช้เท่าไรก็ใช้ได้เลย
เขายังเอายอดเงินในบัญชีธนาคารที่ยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วนให้เธอดูด้วย เวินลิ่งเจาถึงได้วางใจ
ที่แท้เผยเย่ามีเงินมากขนาดนี้นี่เอง!
ตอนนั้นสิ่งแรกที่เวินลิ่งเจาคิดในใจไม่ใช่ความอิจฉา แต่เป็นความยินดีจากใจจริงแทนเผยเย่า
กินเสร็จแล้ว เธอก็ลูบท้องกลมป่องของตัวเอง “ฉันขอพักสักหน่อยนะ เดี๋ยวค่อยออกไปเที่ยวกัน”
ตอนนี้เธออิ่มจนแทบเดินไม่ไหวแล้ว
ท่าทางเหมือนลูกหมูน้อยไร้เดียงสาของเธอทำให้อวี๋เฉิงอดขำไม่ได้ ดูท่าจะยังเป็นเด็กตะกละเหมือนตอนเล็ก ๆ จริง ๆ “ได้”
“พี่อาเฉิง เล่าเรื่องสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยให้ฉันฟังหน่อยสิ”
