ช่วงนี้เผยเย่าอยู่ ๆ ก็ยุ่งขึ้นมา แผนไปพักผ่อนที่เกาะซึ่งวางไว้แต่แรกจึงต้องเลื่อนออกไปอย่างช่วยไม่ได้
ช่วยไม่ได้จริง ๆ เผยต้งแทบจะโยนเรื่องทุกอย่างให้เขากับเผยจิ่นดูแล ส่วนตัวเองจะออกหน้าเฉพาะตอนตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัทเท่านั้น ที่เหลือว่าจะดำเนินการอย่างไรก็ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง เรียกได้ว่าค่อย ๆ วางมือแล้ว
ช่วงนี้สุขภาพของเผยจิ่นไม่ค่อยดี งานส่วนใหญ่จึงตกมาอยู่บนบ่าของเผยเย่า
อย่างไรเสียก็เป็นธุรกิจของครอบครัว แม้จะแบ่งหน้าที่กันแล้ว แต่ก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาก็ย่อมกระทบภาพรวม
เมื่อนึกถึงเรื่องคราวก่อน เผยเย่าก็ยังไม่วางใจ ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานที่ไหน เขาจึงพาเวินลิ่งเจาไปด้วย
อย่างน้อยเธอก็ยังว่าง่าย ตอนเผยเย่าประชุม เธอก็อยู่ในโรงแรมคนเดียว วาดรูปบ้าง เรียนออนไลน์กับคุณครูบ้าง ไม่ก็หลับปุ๋ยเหมือนลูกหมู
พอเผยเย่าจัดการงานเสร็จ ทั้งคู่ก็ไปกินข้าวด้วยกัน บางครั้งถ้ามีเวลาว่างก็ออกไปเดินเล่น ชมทิวทัศน์ของท้องถิ่น
“พี่อาเฉิง ตอนนี้ฉันสบายดีมากเลย” เวินลิ่งเจาคุยโทรศัพท์กับอวี๋เฉิง
พอได้พูดถึงเรื่องที่กำลังตื่นเต้น เธอก็พูดไม่หยุด เล่าเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นที่นี่ ตั้งแต่กินอยู่หลับนอน แต่ละเรื่องล้วนมีอะไรให้พูดได้ตั้งเยอะ
เธอยังไม่ลืมอวดเรื่องวิชาที่ตัวเองเรียนด้วย
คุณครูที่เผยเย่าหามาให้ล้วนเก่งที่สุด ความสามารถก็สูง แถมเนื้อหาที่เรียนยังเป็นสิ่งที่เวินลิ่งเจาสนใจอีกด้วย
แม้เธอจะเข้าใจอะไรช้าสักหน่อย แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจริง ๆ
“คุณครูภาษาอังกฤษยังบอกด้วยว่าอยากชวนฉันไปฉลองคริสต์มาสที่บ้านของเขา ทุกปีเขาจะกลับบ้านหลายครั้ง ถึงจะชอบประเทศจีนมาก แต่ที่บ้านก็มีครอบครัวที่เขาคิดถึงที่สุดอยู่...”
หลังจากเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเสียยืดยาว เวินลิ่งเจาก็ยังร้องเพลงให้อวี๋เฉิงฟังอีก
อวี๋เฉิงตั้งใจฟังจนจบอย่างเอาใจเธอเป็นที่สุด แถมยังชมไม่ขาดปาก ยกย่องเวินลิ่งเจาว่าเป็นนกขมิ้นที่เก่งที่สุด
“พี่อาเฉิง แล้วพี่เป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้เรียนเหนื่อยไหม อยู่กับเพื่อนร่วมห้องหรือเปล่า พวกเขานิสัยดีไหม พี่มีเพื่อนสนิทกี่คนแล้ว”
