ยามหรงเซี่ยนทำตัวเหลวไหลขึ้นมา ก็เหมือนคุณชายเสเพลเข้าให้จริง ๆ
ปกติเธอเห็นเขาทำตัวเคร่งขรึมจนชิน แม้แต่ตอนหยอกล้อกับเธอ ส่วนใหญ่ก็ยังรู้จักวางขอบเขต
ดูตอนนี้สิ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว
เวินลิ่งเจาทั้งเขินทั้งโมโห ความรู้สึกสบายเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนความโกรธก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทำเธอจนอยู่ในสภาพนี้ ยังไงก็ไม่ถูก
“เป็นอะไรไป ไม่ชอบเหรอ?”
หลังจากทำให้เธอสุขสมแล้ว หรงเซี่ยนก็เริ่มหาอะไรให้ตัวเองกินบ้าง
เวินลิ่งเจาไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งยังกอดเขาไว้
“คราวหน้า...คราวหน้าไม่ทำแบบนั้นอีกนะ...” มันเหลวไหลจนเธอไม่กล้าเอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ
“ทำไมล่ะ?”
“ไม่มีเหตุผลหรอก ยังไงฉันก็ไม่อนุญาต”
มันเร้าใจเกินไป สุดขีดเกินไป จนเธออธิบายออกมาได้ไม่ชัดเจน ต่อให้บอกว่าทั้งสุขทั้งทรมานก็ยังเป็นเพียงคำพูดเลือนราง ไม่อาจถ่ายทอดความรู้สึกนั้นได้ครบถ้วน
ความรู้สึกแบบนั้นไม่สบายตัวเอาเสียเลย ทั้งร่างแทบหมดเรี่ยวแรง
มิน่าถึงบอกกันว่าหมกมุ่นในกามมากเกินไปไม่ดี ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ตอนนี้เธอพอเข้าใจแล้ว
หรงเซี่ยนยังคงตื๊อไม่เลิก “คุณบอกเหตุผลไม่ได้ งั้นก็แปลว่าทำได้สิ”
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้” เวินลิ่งเจาดุเขา ทว่าตอนนี้เสียงของเธอสั่นเครือ จึงไม่เหลืออำนาจข่มขู่เลยสักนิด
หรงเซี่ยนถอยหนึ่งก้าวเพื่อรุกสองก้าว “คุณไม่ชอบแบบนี้ หรือไม่ชอบผมกันแน่? คุณรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า?”
เวินลิ่งเจาเม้มริมฝีปาก
ทั้งที่ยังใกล้ชิดกันขนาดนี้ แต่เขากลับดูเหมือนเสียใจจริง ๆ เขาทำไปด้วยความหวังดี อยากให้เธอรู้สึกดีขึ้น เปลี่ยนเป็นคนอื่นก็ใช่ว่าจะยอมทำเรื่องแบบนั้น...
