“ของขวัญของฉันล่ะ?” เวินลิ่งเจาเงยหน้าถามเขา
เขาพูดแล้วกลับคำ ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะมีของขวัญ แต่กินข้าวเสร็จแล้วก็ยังไม่เห็น แถมยังบอกว่าจะตีเธออีก
เผยเย่าถึงเพิ่งเข้าใจ มิน่าล่ะเมื่อครู่ถึงทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ที่แท้ก็เฝ้าคิดถึงของขวัญมาตลอด
ยัยคนนี้ไม่ยอมพูดตรง ๆ ทำให้เขาต้องเดาไปต่าง ๆ นานา
“ของขวัญล่ะ?”
“ตอนนี้ยังไม่มี...” เผยเย่าจงใจหยุดพูด
เป็นอย่างที่คิด ใบหน้าเล็ก ๆ ของเวินลิ่งเจาพลันหงอยลง ราวกับฝนห่าใหญ่กำลังตก
“...ต้องรอจนถึงคืนนี้ถึงจะได้ ตอนนั้นฉันจะพาเธอออกไปข้างนอก”
“จริงหรือเปล่า ไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?”
“ฉันเคยหลอกเธอเมื่อไหร่ ไหนลองบอกมาสิ”
ตั้งแต่คบกันมา เขาไม่เคยหลอกเธอเลยสักเรื่อง
ทุกครั้งที่รับปากอะไรกับเธอ ก็ทำให้ตามนั้น พูดแล้วทำจริง
แต่เธอนี่สิ ยังกล้าสงสัยเขาอีก
“เวินหนิวหนิว เธอนี่มันคนคิดร้ายจริง ๆ เอาแต่คิดว่าคนอื่นแย่ไปหมด”
เอาความคิดของคนถ่อยไปตัดสินสุภาพบุรุษ แบบนี้ไม่ใช่คนคิดร้ายแล้วจะเป็นอะไรได้
เวินลิ่งเจารู้จักประโยคนี้ และเข้าใจความหมายของเขา
ครั้งก่อนพวกเขาก็เถียงกันเรื่องประโยคนี้อยู่นาน เธอจึงจำมันได้ขึ้นใจแล้ว
เธอแย้งว่า “ฉันไม่ใช่คนคิดร้ายสักหน่อย”
เผยเย่าบีบแก้มเธอเบา ๆ
ถึงเธอจะชอบทำท่าทางขึงขัง เอาแต่เถียงเขาจนชวนให้โมโหอยู่บ้าง แต่ท่าทางแบบนี้ก็เป็นเขาเองที่ตามใจจนเสียคน พอมองแล้วก็ไม่ได้ขัดตาเท่าไร
เขาเป็นคนตามใจเธอเอง จะไม่ยอมรับผลที่ตามมาได้อย่างไร
