ยามค่ำคืน ทั้งสองนั่งอยู่บนเตียง ต่างคนต่างมองหน้ากัน
ก่อนหน้านี้เผยเย่าไม่เคยรู้เลยว่าเวินลิ่งเจามีนิสัยจุกจิกมากมายขนาดนี้ เมื่อก่อนเวลานอน พอง่วงก็หลับ ถ้าหิวจนทนไม่ไหวก็ลุกขึ้นมากินอะไรสักหน่อย กินอิ่มแล้วค่อยนอน
แต่ตอนนี้น่ะหรือ เธอยืนกรานจะฟังนิทานก่อนนอน
จะฟังนิทานก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่เธอยังเลือกเรื่องอีก เรื่องนี้ก็ไม่สนุก เรื่องนั้นก็ไม่ถูกใจ บ่นว่าเขาเล่าไม่สนุก
“เวินหนิวหนิว อยากโดนตีหรือไง? นอนดี ๆ เดี๋ยวนี้”
เผยเย่ารู้สึกว่าปล่อยให้เธอได้ใจต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าตามใจมากกว่านี้ อีกไม่นานคงปีนขึ้นไปทุบหลังคาบ้าน ถึงตอนนั้นจะควบคุมเธอได้อย่างไร?
เวินลิ่งเจากลิ้งไปมาบนเตียงอย่างสนุกสนาน รอบเล็ก ๆ เพราะถ้ากลิ้งต่ออีกหน่อย เธอก็คงตกเตียงแล้ว!
เตียงนี้เล็กเหลือเกิน เล็กกว่าเตียงของเธอเสียอีก
แต่เธอไม่รู้เลยว่าเผยเย่าตั้งใจหาคนมาเปลี่ยนเตียงให้เล็กลง จะได้ขยับชิดกันเวลานอน ยิ่งถ้าได้นอนอยู่ในอ้อมแขนเขา หรือเอนกายทับตัวเขาก็ยิ่งดี
ถ้าไม่กลัวว่าจะดูออกชัดเกินไป เขาคงยกเตียงเดี่ยวมาไว้ตรงนี้แล้ว
เวินลิ่งเจาพูดอย่างมีเหตุผลว่า “คุณห้ามตีคนมั่ว ๆ นะ รีบเล่านิทานให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ต้องเป็นเรื่องสนุกด้วย!”
การเล่านิทานเป็นเรื่องง่ายจะตายไป แม้แต่เธอที่เรียนหนังสือมาน้อยกว่าเขายังรู้จักนิทานสนุก ๆ ตั้งมากมาย
เธอก็แค่ขอให้เขาเล่าอะไรก็ได้ให้ฟัง เป็นคำขอที่ง่ายแสนง่ายแท้ ๆ แต่เขากลับทำท่าเหมือนเธอตั้งใจหาเรื่องกลั่นแกล้งเขา
ก่อนหน้านี้ตอนเผยเย่าเล่าเรื่องปลาให้เธอฟัง เขายังเล่าเก่งเลยนี่นา ทั้งปลานิวนิ่วที่กินไม่ได้ ทั้งปลานายทุนที่กินแล้วจะได้เป็นนายทุน ฟังดูสนุกและน่าสนใจจะตาย
เผยเย่าถามกลับว่า “คุณให้ผมเล่านิทานให้ฟัง แล้วยังบ่นว่าเล่าไม่สนุกอีก แล้วใครเคยเล่านิทานสนุก ๆ ให้คุณฟังล่ะ?”
“นิทานของพี่อาเฉิงสนุกมาก! ถ้าเขาว่างเมื่อไหร่ก็จะเล่านิทานให้ฉันฟัง”
