บนรถ
“เจียงเฮ่า จริง ๆ แล้วฝีมือของคุณอยู่ในขั้นเขตแดนแปรเปลี่ยนหรือเปล่า” ซ่างกวนหยงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เหนือกว่าระดับ S ไม่ใช่เขตแดนแปรเปลี่ยน แต่เป็นท่าข้ามผ่าน หรือที่เรียกกันว่าขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยน” เจียงเฮ่าเห็นซ่างกวนหยงไม่เข้าใจ จึงเริ่มอธิบายให้ฟัง “ตอนที่ฉันต่อสู้กับหลี่ชิงเฟิง ฉันก็อยู่ในขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยนนี่แหละ”
ตอนที่เขาถูกหลี่ชิงเฟิงทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ทุกคนได้แต่มองดูเงียบ ๆ มีเพียงซ่างกวนหยงที่ร้อนใจเดินเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย ตอนนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับซ่างกวนหยงใกล้ชิดขึ้นอีกก้าว
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่อดทนอธิบายเรื่องเขตแดนแปรเปลี่ยนให้ซ่างกวนหยงฟังอย่างนี้
ซ่างกวนหยงมีสีหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ พึมพำว่า “ที่แท้เหนือระดับ S ยังมีขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยนอีก ขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยนยังแข็งแกร่งขนาดนี้ เขตแดนแปรเปลี่ยนก็ต้องแข็งแกร่งกว่าใช่ไหม” พูดจบ ซ่างกวนหยงก็อดแลบลิ้นไม่ได้ จินตนาการไม่ออกว่าเขตแดนแปรเปลี่ยนจะแข็งแกร่งสักเพียงไหน
ทันใดนั้นเขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ มองเจียงเฮ่าแล้วถามว่า “คุณบอกว่าก่อนหน้านี้ตอนต่อสู้กับหลี่ชิงเฟิงคุณอยู่ในขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยน นั่นก็หมายความว่าตอนนี้คุณทะลวงเข้าสู่เขตแดนแปรเปลี่ยนแล้วหรือ...”
เจียงเฮ่าไม่ปฏิเสธ
ซ่างกวนหยงมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี แล้วยังอยู่ตำแหน่งสูง ย่อมอ่านความหมายในความเงียบของเจียงเฮ่าออก
ในใจเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเจียงเฮ่าเพิ่งต่อสู้กับหลี่ชิงเฟิงจนถึงตอนนี้ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ทะลวงจากขั้นครึ่งเขตแดนแปรเปลี่ยนเข้าสู่เขตแดนแปรเปลี่ยนแล้ว
พรสวรรค์นี่มันสูงส่งเพียงไหนกัน
เจียงเฮ่าปีนี้ยังอายุไม่ถึง 28 ด้วยซ้ำ มองใบหน้าเด็กหนุ่มของเจียงเฮ่า ความตกตะลึงในใจของซ่างกวนหยงนั้นไม่ต้องพูดก็รู้
