ทั้งสองสบตากัน
ชายตาสีทองพยายามใช้แรงกดดันของตนบีบให้ฟางซินยอมจำนน
แต่คาดไม่ถึงว่าฟางซินจะไม่สนใจแม้แต่น้อย
หากเป็นเมื่อก่อนฟางซินอาจจะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย
แต่ตอนนี้หลังจากที่ติดตามไอ้หัวขาวไปเจอผู้แข็งแกร่งมามากมาย
แรงกดดันแบบนี้ในสายตาฟางซินนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย
พละกำลังของอีกฝ่ายดูคล้ายกับหัวหน้ากลุ่มที่เจ็ดคนนั้น... คนที่ชื่อเซิ่งเทียนฉี่ หรืออาจแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
ฟางซินเริ่มฉงนมากขึ้น
พ่อของฉู่ซินเหยามีสถานะเป็นใครกันแน่
ถึงกับมีทั้งคนจากหน่วยที่เจ็ดมาคุ้มครอง แล้วก็ยังมีผู้แข็งแกร่งระดับแปดจากองค์กรอะไรไม่รู้มาคุ้มครองอีก
เมื่อได้ยินคำพูดของฟางซิน ชายตาสีทองก็หัวเราะเย็น “มดปลวกต่ำต้อยที่รู้จักแต่ใช้ลิ้นโต้เถียง!”
รอยยิ้มบนใบหน้าฟางซินค่อย ๆ จางหาย สายตาเย็นชาจ้องมองชายตาสีทอง
“หมาเฝ้าประตู หลีกทาง!”
คำพูดของฟางซินทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของชายผู้นั้นปูดโปนขึ้นมาทันที ดวงตาสีทองเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
แต่ก็ไม่กล้าลงมือ ทำได้แค่ปลดปล่อยแรงกดดันจากขอบเขตของตนเพื่อให้ฟางซินต้องเจ็บตัว
คาดไม่ถึงว่าฟางซินจะทนทานต่อแรงกดดันของมังกรแท้จริงชั้นเก้าจากวังหมื่นอสูรได้ แล้วแรงกดดันห่วย ๆ ของเขาจะไปมีความหมายอะไร เป็นเหมือนฝนตกปรอย ๆ ยังไงยังงั้น
“ฮั่วซือ ให้เพื่อนฉันขึ้นมา!” จู่ ๆ ก็มีเสียงของฉู่ซินเหยาลอยลงมาจากชั้นบน
ฟางซินกวาดตามองชายตาสีทองแวบหนึ่ง ที่แท้ไอ้นี่ก็ชื่อฮั่วซือ
ชายตาสีทองจ้องฟางซิน มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ฟางซิน “มดปลวกต่ำต้อย ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้ในคำพูดเมื่อครู่ และอีกอย่าง เวลาพูดกับคุณหนูของข้า รู้จักสำรวมกิริยาวาจาให้เหมาะสมด้วย!”
ฟางซินยิ้มบาง ๆ เขาไม่เคยตามใจคนแบบนี้
เดินไปข้างหน้าทันที กระแทกไหล่อย่างแรง แม้อีกฝ่ายจะมีระดับขอบเขตสูงมาก แต่ร่างกายกลับสู้คนที่มีพรสวรรค์สายพละกำลังไม่ได้ ยิ่งในระยะใกล้อยู่นี้ ร่างกายทรงพลังบึกบึนของพรสวรรค์สายพละกำลังระดับ SSS ของฟางซิน กระแทกจนฮั่วซือเซถลาไปก้าวหนึ่ง
ฟางซินเอี้ยวศีรษะเล็กน้อย “พุดเดิ้ลน่ะ ต่อให้ชื่อจะมีคำว่าขุนนางนำหน้า มันก็แค่สุนัขตัวหนึ่ง เจ้าของจะพูดอะไรทำอะไร ยังไม่ถึงคราวที่สุนัขจะมาสอนมารยาท!”
