“พี่ใหญ่จะยืมอะไรล่ะ? ถ้าผมมี ผมให้พี่แน่นอน!”
เย่เฟิงรับปากทันทีโดยไม่คิดแม้แต่น้อย พลางตบอกตัวเอง
อู๋ต้าหล่างได้ยินแล้วก็ซาบซึ้งใจจนมือสั่น ควบคุมตัวเองไม่อยู่
เขาดึงเย่เฟิงเข้ามาใกล้ ก่อนกระซิบเล่าให้ฟัง
“อะ...อะไรนะ?”
ใบหน้าเย่เฟิงพลันคล้ำลง พูดติดอ่างขึ้นมา
“พี่ใหญ่...ที่พี่พูดถึง...คือ...”
ยังไม่ทันพูดจบ อู๋ต้าหล่างก็พยักหน้าหนักแน่น
“ใช่ ก็อันนั้นแหละ!”
เย่เฟิงตกใจจนหน้าถอดสี ท่าทีสงบนิ่งหายไปในพริบตา
ล้อเล่นอะไรกันเนี่ย?
เขากำลังจะหลุดปากปฏิเสธว่า “ไม่ได้”
แต่ยังไม่ทันพูดออกมา อู๋ต้าหล่างก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“เสี่ยวเฟิง อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ฟังพี่พูดให้จบก่อน”
อู๋ต้าหล่างถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับกำลังนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด
“เมื่อ 15 ปีก่อน พี่สะใภ้ของนายถูกพวกอันธพาลสองสามคนดักจ้องอยู่หน้าบาร์”
“ตอนนั้นพี่บังเอิญเดินผ่านมา ทนเห็นเฉย ๆ ไม่ไหว เลยพุ่งเข้าไปช่วยพี่สะใภ้ของนาย”
“แต่โชคร้าย พี่ถูกพวกอันธพาลนั่นทำร้าย...”
พอพูดถึงตรงนี้ เสียงของอู๋ต้าหล่างก็แผ่วลง
“ตั้งแต่นั้นมาก็เลยมีโรคติดตัว”
อู๋ต้าหล่างถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เย่เฟิงตกตะลึงจนต้องโบกมือปฏิเสธอย่างลนลาน
“ไม่ได้ ๆ!”
“เรื่องนี้ผมรับปากไม่ได้จริง ๆ!”
“พี่ใหญ่ไปโรงพยาบาลใหญ่เถอะ เงินล้านของผมไม่ต้องรีบคืนก็ได้!”
อู๋ต้าหล่างยิ้มขื่นแล้วส่ายหน้า
“เสี่ยวเฟิง นายไม่ถือสา แต่พวกเราถือสานะ!”
“คนบ้านนอกอย่างพวกเราซื่อตรงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น นายยังเป็นน้องชายพี่ด้วย”
