เฉินซานเตาเจ็บจนตัวสั่นไปทั้งร่าง
อวัยวะภายในทั้งห้าราวกับถูกแท่งเหล็กกวนจนเละ
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เย่เฟิงก็เดินมาหยุดตรงหน้า มองลงมาจากที่สูงแล้วถามว่า
“พี่ใหญ่ฉันติดหนี้แกเท่าไร?”
“ฉันจะใช้คืนเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นจินเหลียนก็รีบก้าวเข้ามาคว้าแขนเย่เฟิงไว้
“เสี่ยวเฟิง! อย่ามายุ่งกับพวกเราเลย!”
“นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับพี่ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเธอ!”
“รีบไปเถอะ!”
ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความวิงวอน
เย่เฟิงส่ายหน้า
“พี่สะใภ้ เรื่องของพี่กับพี่ใหญ่ก็คือเรื่องของผม”
“วันนี้ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
พูดจบ เย่เฟิงก็ไม่สนใจสีหน้าของเสิ่นจินเหลียน แล้วหันไปมองเฉินซานเตาอีกครั้ง
“เลขบัญชีธนาคาร!”
เขาตะโกนบอก
เฉินซานเตาชะงัก ยังไม่ทันได้พูดอะไร
ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังกลับหัวเราะเยาะ ก่อนอ่านเลขบัญชีธนาคารออกมา
“ใช้คืน!”
“อยากรู้นักว่าจะยังทำเป็นเก่งได้อีกสักแค่ไหน!”
“ตั้งห้าแสนหยวน คิดว่าแค่ห้าสิบหยวนหรือไง?”
เย่เฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
นิ้วแตะหน้าจออยู่สองสามครั้ง
ไม่ถึงสิบวินาที
โทรศัพท์มือถือของลูกน้องคนนั้นก็สั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขาหยิบมือถือออกมา ก้มลงมองตามสัญชาตญาณ
พอเห็นข้อความแจ้งโอนเงินบนหน้าจอ
สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปทันที
จากนั้น
เขาเงยหน้าพรวด น้ำเสียงเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
“พะ...พี่ซานเตา!”
“ไอ้หมอนี่...โอนเงินจริง ๆ!”
“ห้าแสนหยวน! ไม่ขาดสักหยวน!”
ทั้งห้องเงียบกริบ
เฉินซานเตากลืนน้ำลายปนเลือดลงคอ สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
