เดิมทีโจวเจี๊ยเย่กับเถียนหรูก็ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่กินข้าวด้วยอยู่แล้ว
ถึงที่บ้านจะไม่มีของอร่อยอะไร อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่บ้านโจวเสี่ยวม่ายซึ่งไม่มีอะไรให้กินเลย
คงต้องขุดผักป่ามาประทังความหิวไปอีกหลายวันสินะ
นั่นไง บนกระด้งในลานบ้านยังมีเห็ดหูหนูดำตากอยู่เลย
ตอนเถียนหรูลุกขึ้นจะกลับ เธอหันไปมองโจวเสี่ยวม่ายอีกครั้ง แล้วก็ชะงักฝีเท้า
“เสี่ยวม่าย เสื้อผ้าที่ใส่อยู่นี่ดูเหมือนของใหม่นะ”
“ทำไมเหรอ”
“เธอเอาเงินที่ไหนมาซื้อเสื้อผ้าใหม่”
เถียนหรูให้กำเนิดหลานชายคนโตของบ้านใหญ่ ฐานะในบ้านจึงไม่เลว แม้แต่เธอเองยังเพิ่งได้ผ้าลายดอกมาผืนหนึ่งเมื่อปลายปีก่อน เอามาตัดเป็นเสื้อบุผ้าฝ้ายตัวหนึ่ง ตอนนี้เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็ยังเป็นของเก่าทั้งนั้น
“ยังไงฉันก็อยู่ตระกูลหานมาตั้งสองปี พวกเขาตัดเสื้อผ้าใหม่ให้ฉันสักสองสามชุด จะน่าแปลกตรงไหน”
อย่าว่าแต่วันนั้นเถียนหรูไม่ได้เห็นว่าเจียงเหล่าไท่ค้นอะไรออกจากห่อผ้าของโจวเสี่ยวม่ายเลย ต่อให้เห็น ตอนนั้นในใจทุกคนมีแต่เรื่องเงิน จะมีใครจดจำได้ว่าเสื้อผ้าในห่อผ้ามีสีหรือรูปแบบอย่างไร
คำอธิบายของโจวเสี่ยวม่ายฟังขึ้น เถียนหรูอิจฉาอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วกลับไปพร้อมกับโจวเจี๊ยเย่
หลังจากสองสามีภรรยาเดินไปไกลแล้ว ถึงค่อยเริ่มกระซิบคุยกัน
“เจี๊ยเย่ เธอว่าในเมื่อเสี่ยวม่ายมีท่าทีแบบนี้ พรุ่งนี้จะยอมทำตามที่บ้านจัดการไหม”
“ให้สะใภ้สามไปคุยกับเสี่ยวม่ายเถอะ ยังไงพวกเราก็ไม่ต้องเป็นคนออกหน้าเล่นบทตัวร้าย”
เถียนหรูถอนหายใจ แล้วยกลูกน้อยในอ้อมแขนขึ้นอีกหน่อย
