โจวเสี่ยวม่ายหรี่ตาลง คว้ามีดทำครัวแล้วก้าวเข้าไป
เสียวชิงซานสังเกตเห็นท่าทีของโจวเสี่ยวม่าย ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ด้วยรูปร่างบอบบางราวกับกิ่งหลิวต้องลมแบบนั้น เธอจะสู้แม่เลี้ยงร่างใหญ่บึกบึนของเขาไหวหรือ
แต่พอคิดอีกที ภาพโจวเสี่ยวม่ายแบกท่อนซุงสนขนาดใหญ่เท่าครึ่งตัวออกมาจากเขาคุยก็ผุดขึ้นในหัว
ไม่อยากห้ามแล้ว!
หลายครั้งเขาเองก็อยากเข้าไปตบแม่เลี้ยงสักสองฉาดเหมือนกัน!!!
เขาแค่ปัดมีดทำครัวออกจากมือโจวเสี่ยวม่ายแล้วพูดว่า “เอ่อ... เดี๋ยวยังต้องใช้หั่นผักนะ อย่าทำให้เปื้อนเลย”
ความโกรธของหวังฉุยเซียงพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด โจวเสี่ยวม่ายถือมีดทำครัววิ่งเข้าใส่เขา แต่สิ่งที่เสียวชิงซานเป็นห่วงกลับเป็นมีดจะเปื้อน!
ไอ้ลูกอกตัญญูที่เข้าข้างคนนอก!
หวังฉุยเซียงเชิดคางขึ้นแล้วถามเสียงเย็น “ทำไม แกยังคิดจะลงไม้ลงมือกับฉันหรือไง อยากลองดีกันใช่ไหม”
โจวเสี่ยวม่ายไม่ตอบ แต่ใช้การกระทำยืนยันว่าเธอคิดจะทำอะไร!
แต่แรกเธอก็ไม่ได้คิดจะใช้มีดอยู่แล้ว มือเปล่าแบบนี้แหละดี ไม่ต้องกลัวว่าจะฟันหวังฉุยเซียงจนบาดเจ็บ แล้วต้องเสียเงินรักษาอีก
หวังฉุยเซียงเองก็อยากสั่งสอนโจวเสี่ยวม่ายสักยก จะได้ตัดความเป็นไปได้ที่เธอกับเสียวชิงซานจะลงเอยกันให้หมดไป
หวังฉุยเซียงถกแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปหา พร้อมด่าทออย่างกำเริบเสิบสาน “นังผู้หญิงหน้าด้าน บ้านคนรวยไม่เอาแกแล้ว ก็เลยคิดจะให้เสียวชิงซานเป็นคนรับเคราะห์สินะ ต้องดูด้วยว่าแม่คนนี้ยอมหรือเปล่า”
หวังฉุยเซียงพุ่งเข้าใส่โจวเสี่ยวม่ายราวกับกำแพงเนื้อ
โจวเสี่ยวม่ายไม่กลัวน้ำหนักแค่นี้ แต่ก็ไม่ใช่คนหัวรั้นที่เอาแต่ชนตรงๆ เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว
