สังหารสองคนติดต่อกัน ในที่สุดหลินเฟิงก็ค้นพบ
“ผู้ที่ถูกสังหาร โลหิตและปราณจะถูกยอดเขาโลหิตแห่งเคล็ดอสูรเก้าผันดูดซับ ส่วนหนึ่งหลอมรวมสู่ทะเลโลหิต อีกส่วนหลอมรวมสู่ยอดเขาโลหิต”
“เคล็ดอสูรเก้าผันภาคต่อๆ ไป ล้วนจารึกอยู่บนยอดเขาโลหิตนี้ ดูท่าว่าต้องสะสมพลังโลหิตปราณให้เพียงพอ หรือไม่ก็ดูดซับพลังในทะเลโลหิต จึงจะให้เคล็ดวิชาภาคหลัง ผุดขึ้นจากผิวทะเล!”
หลินเฟิงค้นพบจุดนี้ ทะเลโลหิตไร้ขอบเขตนี้ มิได้อยู่บนร่างกายตนอย่างแท้จริง หากแต่เป็นจิตวิญญาณของตนที่เชื่อมต่อกับมัน
มีเพียงหลินเฟิงผู้เดียวที่สามารถเข้าสู่โลกทะเลโลหิตนี้ได้
ใต้ทะเลโลหิตมีสิ่งใด หลินเฟิงมิอาจรู้ ด้วยพลังของตน ยังไม่สามารถหยั่งจิตวิญญาณลงไปใต้ทะเลโลหิตได้ชั่วคราว
ก่อนหน้านี้เพียงสงสัย บัดนี้หลังจากสัมผัสอย่างละเอียดรอบหนึ่ง หลินเฟิงก็มั่นใจในจุดนี้ยิ่งนัก
“ร้ายกาจถึงเพียงนี้!”
คนสุดท้ายชักกระบี่สำเร็จแล้ว ทว่าเมื่อเห็นหลินเฟิงสังหารสองคนต่อเนื่อง ก็ไร้ซึ่งความคิดจะต่อสู้อีก ฝ่ายตรงข้ามยังมีหลิ่วชิงอวี่เพิ่มมาอีก
เขาตายอย่างไม่ต้องสงสัย
จึงหันหลังหนีไปทันทีโดยไม่ลังเล
ทว่าภายใต้สายตาหลินเฟิง ย่อมหนีความตายไปไม่พ้น
ยื่นมือกวักเรียก กระบี่เหล็กเย็นเยียบกลายเป็นลำแสงเย็นวาบ พุ่งเข้าใส่ฝ่ายนั้น ทะลวงร่างในชั่วพริบตา ร่างร่วงลงพื้นเสียงดังกระแทก
หลิ่วชิงอวี่เห็นภาพนี้ก็ยิ่งเบิกตากว้าง
หลินเฟิงทำการตัดสินได้แม่นยำเพียงใด ถึงสามารถคาดการณ์ฝีเท้าอีกฝ่าย ว่าชั่วขณะต่อไปร่างจะปรากฏตำแหน่งใด
จากนั้นก็พุ่งสังหารอย่างแม่นยำ
ใบหน้าหลิ่วชิงอวี่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ศิษย์พี่หลินเฟิง ไม่ใช่คนที่เล่าลือกันว่าเป็นคนไร้ค่าธรรมดาหรอกหรือ
กระทั่งพลังฝีมือยังสู้ศิษย์ในทั่วไปไม่ได้
วันนี้ได้พบ แทบไม่ตรงกับข่าวลือเลย ด้วยสายตาของนาง กลับมองไม่ชัดแม้แต่การเคลื่อนไหวของหลินเฟิง ก็สังหารสามคนนั้นสิ้นแล้ว
ต่อให้กะทันหันเพียงใด ก็ไม่ควรมีผลงานถึงขั้นนี้ อีกฝ่ายสังกัดพสุธาอัคคีก็ไม่ใช่คนโง่
“เจ้าเรียกหลิ่วชิงอวี่หรือ?”
หลินเฟิงเก็บกระบี่เหล็กเย็นเยียบของตนคืน พร้อมทั้งปลดถุงเก็บของทั้งสามลงมา ภายในมีเพียงของไร้ค่าบางอย่าง
แถมคุณภาพถุงเก็บของเอง ก็แทบเป็นขยะ
คิ้วขมวด
“หลิ่วชิงอวี่คารวะศิษย์พี่หลินเฟิง ขอบพระคุณศิษย์พี่ที่ช่วยชีวิต”
หลิ่วชิงอวี่รีบเอ่ย
“เจ้าใช้นี่ เอาแหวนเก็บของของเจ้ามาให้ข้า ภายหลังจะไม่ขาดประโยชน์ของเจ้า”
หลินเฟิงกล่าว
“อ้า?”
หลิ่วชิงอวี่ไม่เข้าใจนัก รับถุงเก็บของที่หลินเฟิงโยนมา นี่จะปล้นนางหรือ ไฉนศิษย์พี่หลินเฟิงจะหมายตาผลจิตวิญญาณวายุของนางด้วย
หลังจากหลินเฟิงส่งสายตาให้ หลิ่วชิงอวี่จึงเพิ่งได้สติ รีบถอดแหวนเก็บของในมือตนออก พร้อมกับย้ายสิ่งของทั้งหมดใส่ถุงเก็บของ แล้วส่งแหวนของตนให้หลินเฟิง
ถุงเก็บของมีพื้นที่จำกัด ส่วนแหวนเก็บของนั้นกว้างขวางกว่า
หลินเฟิงรับแหวนเก็บของของนางแล้ว ก็หันหลังกระโดดลงสู่หนองน้ำอีกครั้ง เพราะเขาพบว่า เมื่อครู่ดูคลาดไป งูยักษ์หนองน้ำเย็นตัวนี้ อย่างน้อยก็เป็นอสูรร้ายระดับห้า
อสูรร้ายขอบเขตธาราดารา กระดูกเดิมควรเน่าเปื่อยไปนานแล้ว ทว่าเพราะผลความเย็นเยียบของกระบี่เหล็กเย็นเยียบนี้ หัวกระโหลกจึงยังคงฤทธิ์ยาไว้ เมื่อบดเป็นผงแล้วใช้หลอมโอสถได้
ไม่นานนัก หลินเฟิงก็กระโดดออกจากหนองน้ำอีกครั้ง
หลิ่วชิงอวี่คาดเดา ศิษย์พี่หลินเฟิงคงพบสิ่งใดใต้หนองน้ำ แต่แหวนเก็บของของศิษย์พี่หลินเฟิงเล่า?
ศิษย์ในคนหนึ่งๆ ล้วนมีแหวนเก็บของเฉพาะตน
ขึ้นฝั่งแล้ว หลินเฟิงเร่งปราณเป่าเสื้อผ้าตนแห้ง
“เจ้าเคยพบโจวไท่อันหรือไม่?”
หลินเฟิงถาม
โจวไท่อัน
ศิษย์ในอันดับสาม
ว่ากันว่าเนิ่นนานมาแล้ว ชีวิตของโจวไท่อันก็เป็นบิดาของหลินเฟิง ผู้อาวุโสหลินช่วยไว้ ดังนั้นโจวไท่อันกับหลินเฟิงจึงมีความสัมพันธ์อันดีมาตลอด
“ศิษย์พี่โจวกับศิษย์พี่ท่านอื่นๆ กำลังอยู่ที่หนองน้ำจระเข้ เตรียมตกสังหารจระเข้หนองน้ำเย็น”
“พาข้าไป”
หลินเฟิงกล่าว คิดก่อนว่าไม่ว่าข้างนอกจะมีผู้ใดรอฟังข่าวการตายของหลินเฟิงอยู่ จัดการเจ้าโจวไท่อันนี่ให้ตายก่อนค่อยว่ากัน
“ได้…”
หนองน้ำจระเข้นั้นมีระดับอสูรร้ายค่อนข้างสูง โดยพื้นฐานอยู่ระดับสองขอบเขตทะเลปราณ มิใช่ที่ที่ศิษย์ระดับอย่างหลิ่วชิงอวี่จะฝ่าเข้าไปได้ ดังนั้นหลิ่วชิงอวี่ก็เพียงเวียนวนอยู่ใกล้ๆ หลังจากได้ผลจิตวิญญาณวายุ ก็คิดจะจากไปแล้ว แต่หลินเฟิงมีบุญคุณช่วยชีวิตนาง
จึงมิอาจปฏิเสธหลินเฟิง
“ข้าจำได้ว่า ทางนี้…”
หลิ่วชิงอวี่นำทางอยู่ข้างหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสาวน้อยลอยมา หลินเฟิงสูดดม มิได้หวั่นไหว
ระหว่างทางพบอสูรร้ายบางตัว หลินเฟิงล้วนลงมือจัดการ
ออกท่วงท่าเด็ดขาด แม่นยำยิ่ง
ทำให้หลิ่วชิงอวี่ทอดถอนใจอย่างยิ่ง วิชาสังหารในดาบเดียวนี้ ทำให้นางเลื่อมใสยิ่ง นี่ต้องอาศัยประสบการณ์การต่อสู้จริงมากเท่าใดจึงจะก่อเกิด
ถ้ำมังกรสูญแม้เป็นถ้ำเขา แต่ภายในส่วนใหญ่ก็คือป่าไม้
หลินเฟิงมองดูฟ้าดิน
หาถ้ำแห่งหนึ่ง
“ข้าหิวแล้ว ไปหาอาหารมา”
หลินเฟิงกล่าวกับหลิ่วชิงอวี่
หลิ่วชิงอวี่เบิกตากว้างทันที!
ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
หลินเฟิงนี่ใช้ให้นางเป็นสาวใช้ติดตามอย่างชัดเจนเลย!
นางก็เป็นศิษย์ในของสำนักเสวียนจงลมอัสนีนะ! อย่างน้อยในบรรดาพรสวรรค์ของศิษย์หญิงก็เป็นผู้อยู่ระดับต้นๆ กลับกล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับนาง
ถ้ามิใช่เห็นแก่ที่เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ กล้าพูดกับข้าเช่นี้ ข้าจะฉีกปากเจ้าเป็นแน่! ให้เจ้าได้ลิ้มรสความเก่งกล้าของข้า
“เจ้าค่ะ ศิษย์พี่”
ความคิดในใจมากมาย แต่ปากกลับกล่าวเป็นอื่น หลิ่วชิงอวี่ก็ได้แต่เชื่อฟังไปหาผลไม้
ห่างจากหนองน้ำจระเข้ร้อยเมตร ภายในค่ายพักแห่งหนึ่ง ศิษย์สำนักเสวียนจงลมอัสนีหลายนายกำลังระวังอยู่รอบทิศ ยังมีอีกไม่น้อยกำลังพักผ่อน
พลังของจระเข้หนองน้ำเย็นนั้นอยู่ระดับสูงสุดของระดับสอง ใกล้เคียงระดับเก้าขอบเขตทะเลปราณ ไม่อาจดูแคลนได้
ในค่ายนี้มีศิษย์ในสามนาย ศิษย์ทั่วไปกว่าสิบนาย โจวไท่อันอยู่ด้วยอย่างโดดเด่น
สวีหมิงเป็นผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในสามศิษย์ในนี้ ขอบเขตทะเลปราณหก!
ขณะนี้ สวีหมิงกับโจวไท่อันอยู่ในป่าห่างออกไป สนทนากัน
“โจวไท่อัน เรื่องครั้งนี้ทำได้ไม่เลว”
สวีหมิงเล่นแหวนเก็บของในมือ แหวนวงนี้คือของหลินเฟิง
โจวไท่อันได้ยินคำของสวีหมิง ก็แสดงความยินดียิ่ง คารวะอย่างยิ่งพลางกล่าว “ต้องขอบคุณแผนการอันล้ำเลิศของศิษย์พี่”
“ดีมาก นี่คือรางวัลของเจ้า โอสถหยกวิเศษ”
โอสถระดับสอง โอสถหยกวิเศษ!
มีเพียงศิษย์ในเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลิ้มรส
ลมหายใจของโจวไท่อันกระชั้นขึ้น หากเขามีโอสถหยกวิเศษนี้ ก็คงก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณนานแล้ว! ได้เป็นศิษย์ใน ทะยานขึ้นฟ้าในก้าวเดียว ด้วยพรสวรรค์ของเขา การเป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตแปรปฐพีก็อยู่ไม่ไกล
ทว่าลำพังไอ้คนไร้ค่าหลินเฟิงนั้น ทุกเดือนล้วนได้ลิ้มรสโอสถหยกวิเศษ แต่พลังฝีมือกลับไม่ถึงหนึ่งในสิบของเขา! ไม่รู้ว่าไอ้คนไร้ค่าหลินเฟิงนั้นผลาญทรัพยากรไปเท่าใด สมควรตายไปนานแล้ว
สวีหมิงโยนโอสถหยกวิเศษออกไป โจวไท่อันยื่นมือออกรับโดยสัญชาตญาณ
และในชั่วขณะนั้นเอง สวีหมิงพลันชักกระบี่ขึ้น เงากระบี่ผ่านหน้าของโจวไท่อันแวบหนึ่ง โจวไท่อันตกใจ
สวีหมิงคิดจะสังหารปิดปาก!
แต่โจวไท่อันไม่ทันการณ์แล้ว
ฉับ!
สวีหมิงตวัดกระบี่ผ่านลำคอของโจวไท่อัน ฟันเพียงเบา ทว่าผ่าหลอดลมออกจากกันโดยตรง โลหิตพุ่งออกจากแผล ร่างโจวไท่อันทรุดลงคุกเข่าอยู่กับพื้น มือหนึ่งกุมลำคอที่ฉีกขาด มือหนึ่งพยายามควานหาโอสถหยกวิเศษบนพื้น
สวีหมิงหัวเราะเย็นชา
“เช่นนี้ก็สมบูรณ์แบบแล้ว”
ภายในถ้ำ
หลินเฟิงกินผลไม้ที่หลิ่วชิงอวี่เก็บมาหลายลูก แล้วก็ให้นางไปเฝ้าอยู่นอกถ้ำ เขาจะบำเพ็ญเพียร
หลิ่วชิงอวี่นั้นทั้งใบหน้าเปี่ยมความประหลาดใจ ไม่รู้จักคำว่าเห็นอกเห็นใจสตรีเลยหรือไร กลับให้นางซึ่งเป็นหญิงอ่อนแอเฝ้าด้านนอก
แต่ต่อหน้าศิษย์พี่หลินเฟิงผู้ลึกลับเหลือประมาณ หลิ่วชิงอวี่ก็ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
ระหว่างทางหลินเฟิงเก็บสมุนไพรมาบ้าง ทั้งยังมีหญ้าโลหิตวิญญาณที่นำมาจากบ่อแห้งก่อนหน้านี้ บดผงกระดูกงูยักษ์หนองน้ำเย็นบางส่วน หลอมรวมกันเป็นยาปรุงระดับหนึ่ง
“ไม่มีเตาหลอม ก็ต้องใช้เท่าที่มี ทว่ายาโลหิตวิญญาณนี้ ก็เพียงพอเทียบเท่าโอสถระดับสองแล้ว”
หลินเฟิงยกยาปรุงสีแดงโลหิตในมือ ดื่มลงในรวดเดียว
หวึ่ง!
ประหนึ่งเปลวไฟร้อนแรง จุดติดในใจของหลินเฟิง
ด้วยฤทธิ์ของยาโลหิตวิญญาณที่แผ่ออกมา ความเร็วที่หลินเฟิงดูดซับพลังทะเลโลหิต ในยามนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!
พลังอันเกรียงไกร หลั่งไหลสู่ตันเถียนของหลินเฟิงทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ปราณทมิฬโลหิตสังหารของหลินเฟิง เบิกเปิดทะเลปราณขึ้นในตันเถียนแล้ว ทะเลปราณบัดนี้แม้ยังเล็ก ทว่านี่คือบ่อเกิดพลังของหลินเฟิงในภายภาคหน้า!
ขอบเขตทะเลปราณ!
ยาโลหิตวิญญาณระดับหนึ่ง ทำให้หลินเฟิงก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณอย่างราบรื่น