ใต้บังคับบัญชาของเฉินสืออันมีคนทั้งสิ้น 28 คน เมื่อนับรวมผีโหว ตู้กัง และจูเหนิงด้วย
ยามนี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่หน้าเต็นท์
เฉินสืออันออกคำสั่ง ทุกคนสวมเกราะครบครัน แผ่กลิ่นอายสังหารกราดเกรี้ยว ออกจากค่ายมุ่งตรงไปยังประตูค่ายล่าสัตว์ปีศาจ
ภายในค่ายล่าสัตว์ปีศาจ มีคนเห็นภาพเช่นนี้ต่างพากันตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ไม่นาน เฉินสืออันก็พาคนออกจากประตูค่าย
บัดนี้เขาเป็นรองหัวหน้าหน่วยค่ายล่าสัตว์ปีศาจ ย่อมเข้าออกได้อย่างอิสระ
เหล่าชายฉกรรจ์ที่เฝ้าประตูค่ายล่าสัตว์ปีศาจเห็นเขาพาคนออกมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด แม้จะประหลาดใจ แต่ก็รีบคารวะแล้วหลีกทางให้
เดินพ้นประตูมาได้ราวสิบจั้ง เฉินสืออันพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงสั่งตู้กังว่า “เจ้ากลับไปที่ค่าย แจ้งเรื่องนี้แก่หัวหน้ากองเย่”
ตู้กังก้มศีรษะรับคำหนักแน่น ก่อนเร่งฝีเท้ากลับไปยังค่าย
ส่วนเฉินสืออันพาคนที่เหลือมุ่งหน้าไปทางตระกูลเฉินด้วยความเดือดดาล
…………
ค่ายล่าสัตว์ปีศาจจะสวมเกราะเต็มยศก็ต่อเมื่อออกจากเมืองหรือกลับเข้าเมือง รวมถึงยามเคลื่อนกำลังครั้งใหญ่เท่านั้น
เวลาอื่น ๆ พวกเขาจะสวมชุดสามัญเมื่อเข้าออกค่าย เพื่อไม่ให้รบกวนชาวป้อมปราการ
ยามนี้เฉินสืออันพาคนสองหมู่ ทั้งสวมเกราะเต็มยศและแผ่กลิ่นอายสังหารอย่างเปิดเผย ทะยานไปตามถนนสายหลักของค่ายเฟิงฉี่
การกระทำเช่นนี้เรียกความสนใจจากคนทั่วทั้งเมืองในทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ค่ายล่าสัตว์ปีศาจปรากฏตัวอย่างเอิกเกริกในค่ายเฟิงฉี่
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ผู้ชักนำเรื่องนี้คือเฉินสืออัน รองหัวหน้าหน่วยคนใหม่ของค่ายล่าสัตว์ปีศาจ ยิ่งทำให้ผู้คนจับตามอง
