สตรีสามคนรวมกันย่อมครึกครื้นยิ่งกว่างิ้วฉากหนึ่ง
ตอนหญิงชราตระกูลจางเพิ่งเข้ามา นางยังวางตัวเกร็งอยู่บ้าง ทว่าคุยกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็สนทนากับซูฉิงโหรวและอีกสองคนอย่างสนิทสนม เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย
จางเสี่ยวชุ่ยกับเฉินเถียนเถียนอายุไล่เลี่ยกัน พอคุ้นเคยกันแล้ว ทั้งสองก็สนิทสนมกันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผีโหวกับตู้กังมารอร่วมโต๊ะตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งยังชวนคนมาอีกหกคน ล้วนเป็นลูกน้องของเฉินสืออัน
เหล่าชายฉกรรจ์จากหน่วยล่าสัตว์ปีศาจเห็นสองแม่ลูกจางเสี่ยวชุ่ยมาถึง ต่างก็ทักทายด้วยความกระตือรือร้น
ขณะเดียวกัน แววตาที่พวกเขามองเฉินสืออันก็เปล่งประกายขึ้นหลายส่วน
มื้อค่ำเริ่มต้นขึ้น
ซูฉิงโหรวคำนึงถึงจำนวนคน จึงเตรียมโต๊ะใหญ่ไว้ล่วงหน้า
บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสและสุราชั้นดี ผู้คนกว่าสิบคนนั่งล้อมโต๊ะกันแน่นขนัด
เมื่อคนจำนวนมากมารวมตัวกัน ย่อมต้องมีคำกล่าวอวยพรสุราและผู้เปิดงาน
เดิมทีเฉินสืออันคิดจะมอบหน้าที่นี้ให้ซูฉิงโหรว ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก นางก็กล่าวขึ้นก่อนว่า
“สืออัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาตระกูลเฉินของเราไม่เคยครึกครื้นเช่นนี้มาก่อน เจ้าเป็นคนดูแลตระกูลเฉิน ก่อนเริ่มกินก็รีบกล่าวสักสองสามคำเถิด ทุกคนรออยู่แล้ว”
ผีโหวรับคำต่อ “พี่ใหญ่ รีบพูดสักสองสามคำเถิด ข้าหิวจะแย่แล้ว เห็นอาหารเลิศรสเต็มโต๊ะ น้ำลายข้าแทบไหลนองพื้น”
ชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ต่างก็ส่งเสียงเออออตาม
เฉินสืออันยกจอกสุราขึ้น ยืนขึ้นกระแอมเบา ๆ “มื้อค่ำวันนี้เป็นงานเลี้ยงในครอบครัวของตระกูลเฉิน ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ล้วนเป็นครอบครัวของข้า เฉินสืออัน
เพราะฉะนั้น เรากินอาหารกันตามสบาย ไม่ต้องมากพิธี
คืนนี้ทุกคนกินดื่มให้เต็มที่ แค่นี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว”
สิ้นเสียง ผีโหวกับชายฉกรรจ์จากหน่วยล่าสัตว์ปีศาจทั้งแปดคนก็ลุกขึ้นพร้อมกัน ยกจอกสุราขึ้น
พวกเขากล่าวพร้อมเพรียงว่า “ติดตามพี่ใหญ่ ดื่มสุราให้เต็มจอก กินเนื้อให้เต็มคำ!”
ซูฉิงโหรว หญิงชราตระกูลจาง และสตรีคนอื่น ๆ ก็ลุกขึ้นยกจอกเช่นกัน
เฉินเถียนเถียนกับจางเสี่ยวชุ่ยถูกห้ามไม่ให้ดื่มสุรา จึงหยิบถ้วยชาขึ้นมาแทน
หลังดื่มจอกแรก ทุกคนก็เริ่มลงมือกิน
