จากซากปรักหักพังไปแล้วหรือ? ราชวงศ์เซิ่งอู่!
ผีโหวกับตู้กังต่างชะงักงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เฉินสืออันกล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้พวกเจ้าสองคนต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด”
ทั้งสองรีบพยักหน้ารับปาก
ตู้กังกะพริบตาปริบ ๆ “พี่ใหญ่ ซากปรักหักพังเต็มไปด้วยอันตราย พี่สะใภ้กับพวกนางจะฝ่าข้ามไปได้อย่างไร อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าหากไม่ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์เซิ่งอู่...”
ผีโหวขยิบตาให้ตู้กัง “ไยเจ้าถึงอยากรู้อยากเห็นนัก? ขอแค่รู้ว่าตอนนี้พี่สะใภ้กับเถียนเถียนปลอดภัยดี ก็พอแล้ว”
ตู้กังรีบหุบปาก ยิ้มซื่อ ๆ
เฉินสืออันเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย “เรื่องโดยละเอียด ข้าบอกพวกเจ้าได้ไม่มาก”
ผีโหวหัวเราะหึ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง “พี่ใหญ่ แสดงได้แนบเนียนยิ่งนัก เกรงว่าตอนนี้เจ้าหวังเทียนเหว่ยเฒ่านั่นคงอึดอัดแทบตาย”
ตู้กังหัวเราะหึ ๆ “สมน้ำหน้า! ไอ้หลานชายสารเลวสมควรถูกจัดการเช่นนี้แล้ว”
“พี่ใหญ่ ต่อจากนี้เราควรทำอย่างไร?” ผีโหวถามเสียงเบา
เฉินสืออันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ชื่อเสียงของหวังเทียนเหว่ยกำลังจะเน่าเหม็นไปทั่วทั้งค่ายเฟิงฉี่ เป้าหมายเบื้องต้นของข้าบรรลุแล้ว
ตอนนี้คนที่ต้องปวดหัวคือหวังเทียนเหว่ย พวกเราอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็พอ
หัวหน้ากองเย่ไปหาท่านเจ้าเมืองเซียงแล้วมิใช่หรือ รอเขากลับมา ค่อยฟังว่าเขาจะว่าอย่างไร”
ผีโหวเสริมขึ้น “พี่ใหญ่ ข้าคิดว่าต่อให้เรื่องนี้เป็นฝีมือหวังเทียนเหว่ย ท่านเจ้าเมืองก็คงไกล่เกลี่ยให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กก็ให้ผ่านไป
