ยามเซียงฉู่สยงพาเถียนเหวินกวงเข้าไปในคุกน้ำ
นอกบ้านสามัญชนหลังหนึ่งในค่ายเฟิงฉี่ เงาดำหลายสายเคลื่อนเข้ามาใต้กำแพงอย่างไร้สุ้มเสียง ทุกคนสวมหน้ากาก บ้างเป็นหน้าผี บ้างเป็นหน้าพยัคฆ์
ภายในเรือน ห้องห้องหนึ่งยังมีตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง
ภายใต้แสงตะเกียง เงาร่างบอบบางทอดยาวอยู่บนกรอบหน้าต่าง
ทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้น ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามา กระแทกตะเกียงน้ำมันจนแตกละเอียด ห้องพลันตกอยู่ในความมืดสนิท
หญิงสาวใต้ตะเกียงเพิ่งส่งเสียงร้องได้เพียงครั้งเดียว ก็เงียบเสียงไป
ในเวลาเดียวกัน เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกจากห้องฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ทะยานตรงไปยังห้องของหญิงสาว
เขาเพิ่งพุ่งมาถึงหน้าประตู เสียงลูกธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้นรอบด้าน
ลูกธนูพร่างพรูราวห่าฝน โถมเข้าใส่เงาดำจนปกคลุมทั่วร่าง
เงาดำคำรามก้อง พลังหยวนพลันปะทุขึ้นรอบกายเป็นระลอก
ขณะเดียวกัน เขาชักกระบี่ยาวที่เอวออกมาอย่างรวดเร็ว พลิกข้อมือวาดลวดลายกระบี่ ก่อนฟาดฟันอย่างฉับไว
เสียงกระทบดังเคร้ง ๆ ลูกธนูทั้งหมดที่พุ่งเข้าใส่เขาถูกฟันร่วงลงพื้น
ทว่าเขายังไม่ทันได้พักหายใจ เงาร่างสองสายก็ทะยานออกมาจากความมืด
คนหนึ่งสวมหน้ากากผี อีกคนสวมหน้ากากพยัคฆ์ คนหนึ่งร่างเล็ก อีกคนสูงใหญ่ดุจหอคอย ทั้งสองคือผีโหวกับตู้กัง
ทั้งคู่ลงมือได้จังหวะพอดิบพอดี เงาดำเพิ่งฟันลูกธนูทั้งหมดร่วงลง พวกเขาก็เข้าจู่โจมอย่างไม่ลังเล แยกกันบุกซ้ายขวา กวัดแกว่งดาบแนวขวางในมือฟาดใส่เงาดำอย่างหนักหน่วง
ประกายดาบหมุนวน ลมปราณคำรามกึกก้องดุจคลื่นคลั่ง
