เฉินสืออันไม่มีเวลาชื่นชมทิวทัศน์ในหุบเขา พอออกจากปากถ้ำก็พลันพุ่งเข้าไปในป่าอีกฟากหนึ่ง หาที่ลับตาซ่อนตัวไว้ก่อน
ราวหนึ่งเค่อผ่านไป เงาร่างเล็ก ๆ พลันพุ่งออกมาจากพงหญ้าไกล ๆ ผู้ที่มาคือโม่อู๋หยาง
มันตรงมาถึงจุดที่เฉินสืออันซ่อนตัวอยู่ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “มาเร็วกว่าที่คิดอยู่หน่อย รออีกสักพัก พอฟ้ามืดแล้ว ข้าค่อยพาเจ้าไปหาฟู่เฉียนฟาน”
เฉินสืออันพยักหน้า จากนั้นนั่งขัดสมาธิหลับตา เริ่มฝึกเคล็ดวิถีศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน
…………
ไม่นานนัก อาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า แสงสว่างค่อย ๆ มืดลง
โม่อู๋หยางที่เพิ่งหลับไปครู่หนึ่งพลันรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้น ก่อนกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของเฉินสืออัน “เอาละ ได้เวลาแล้ว ถึงคราวลงมือ”
เมื่อเห็นเฉินสืออันลืมตา โม่อู๋หยางก็กระโดดลงจากไหล่ของเขา แล้วค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังใจกลางหุบเขา
เฉินสืออันรีบลุกขึ้นตามไปอย่างระมัดระวัง
ด้วยมีหมอกพิษคอยปกคลุม ทั้งยังมีคนเฝ้าทางเข้า การป้องกันภายในหุบเขาจึงหละหลวมอย่างยิ่ง หรือจะกล่าวว่าแทบไม่มีการป้องกันเลยก็ว่าได้
บ้านเรือนที่ปลูกอิงแนวเขาแทบทุกหลังจุดตะเกียงน้ำมันไว้ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ ทั้งดังและเบา แว่วออกมาจากบ้านแต่ละหลังเป็นครั้งคราว
เฉินสืออันตามหลังโม่อู๋หยาง คอยหลบเลี่ยงบ้านเหล่านั้น มุ่งหน้าไปยังใจกลางหุบเขาอย่างเงียบเชียบ
แม้จะเคลื่อนไหวไม่รวดเร็วนัก แต่ก็ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
…………
ใจกลางหุบเขามีเนินสูงแห่งหนึ่ง สิ่งปลูกสร้างบนเนินนั้นใหญ่โตกว่าอาคารอื่น ๆ ในหุบเขาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังสูงกว่ามาก ที่แห่งนี้คือที่พักของฟู่เฉียนฟาน
