เฉียนซานเสวี่ยเบ้ปาก “พวกบุรุษนี่ปากไม่ตรงกับใจจริง ๆ ยังจะมาแก้ตัวอยู่ตรงนี้อีก หากเจ้าไม่รู้จักนางดี เมื่อคืนดึกดื่นป่านนั้น นางจะมาหาเจ้าทำไม?”
เฉินสืออันชะงัก “ตอนนั้นเจ้ายังไม่นอนหรือ?”
เฉียนซานเสวี่ยกลอกตางาม “เดิมทีข้าหลับไปแล้ว แต่พวกเจ้าส่งเสียงดังกันขนาดนั้น ข้าย่อมถูกปลุกให้ตื่น”
เฉินสืออันถอนหายใจเบา ๆ “พี่หญิงเฉียน แอบฟังคนอื่นคุยกันยามดึกเช่นนี้ไม่ค่อยดีนักกระมัง?”
เฉียนซานเสวี่ยถลึงตาใส่ “หากไม่ใช่เพราะเป็นห่วงว่ากู้ชิงเหยาจะทำร้ายเจ้า ข้าคงคร้านจะฟังด้วยซ้ำ”
เฉินสืออันหัวเราะแหะ ๆ “ในเมื่อเจ้าได้ยินแล้ว ข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย
กู้ชิงเหยามาหาข้า ไม่ใช่เพื่อรำลึกความหลัง แต่ตั้งใจมาหาเรื่องข้า”
สีหน้าเฉียนซานเสวี่ยเคร่งขรึม “คิดไม่ถึงว่าฮวงเตาจะไม่ได้สังหารแค่คนของค่ายเฟิงฉี่ ยังหาเรื่องป้อมปราการหลิวซืออีกด้วย
โอสถชำระไขกระดูก 20 เม็ด แถมเงินอีกหลายแสนตำลึง
หากกู้ชิงเหยาพูดความจริง คราวนี้ป้อมปราการหลิวซือคงเสียหายไม่น้อย ถูกเล่นงานจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”
เฉินสืออันพยักหน้า “ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของกู้ชิงเหยาตอนพูดเรื่องนี้แล้ว เรื่องนี้น่าจะเป็นความจริงถึงแปดเก้าส่วน”
เฉียนซานเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฮวงเตาผู้นี้มีที่มาลึกลับ ตกลงเขาต้องการทำอะไรกันแน่?”
เฉินสืออันส่ายหน้า “ใครจะรู้เล่า”
เฉียนซานเสวี่ยถามต่อ “เหตุใดกู้ชิงเหยาถึงสงสัยว่าฮวงเตาเป็นเจ้า?”
เฉินสืออันวางมือออก “ข้าเองก็งุนงง ไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้คิดอะไรอยู่ในใจ
