คมดาบตัดวายุอยู่ห่างจากใบหน้าของชายคิ้วเข้มไม่ถึงหนึ่งชุ่น ก่อนจะหยุดลงอย่างฉับพลัน
ชายคิ้วเข้มสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงไอเย็นเสียดผิวที่แผ่ออกมาจากคมดาบ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง เม็ดเหงื่อขนาดเท่าถั่วไหลพรากจากหน้าผาก เขารีบตะโกนว่า “ข้ายอมแพ้!”
เฉินสืออันเก็บดาบเข้าฝัก ประสานมือคารวะ “ขออภัยที่ล่วงเกิน”
ชายคิ้วเข้มรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด เขาถอนหายใจยาว ก่อนรีบประสานมือให้เฉินสืออัน “ขอบคุณที่ยั้งมือ”
เฉินสืออันยิ้มบาง ๆ เตรียมลงจากเวที
โจวชิงหู่พลันถามขึ้นว่า “เจ้าอยู่เพียงขั้นสองช่วงต้น เหตุใดความเร็วถึงได้รวดเร็วปานนี้?”
เฉินสืออันตอบเสียงเบาว่า “ร่างกายข้าแข็งแกร่งมาตั้งแต่กำเนิด นับว่ามีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไป”
กล่าวจบ เขาก็ทะยานลงจากเวที ก่อนสาวเท้ากลับไปยังที่นั่งของผู้เข้าแข่งขัน
การประลองของเฉินสืออันในรอบนี้จบลงค่อนข้างรวดเร็ว
ส่วนเวทีอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังคงประลองกันอยู่
เขานั่งบนที่นั่งของผู้เข้าแข่งขัน เฝ้าดูการประลองของคนอื่นอย่างเงียบ ๆ
คราวนี้ หลังการประลองบนเวทีจบลง กรรมการไม่ได้เรียกผู้เข้าแข่งขันรอบที่สองขึ้นเวทีทันที แต่รอให้การประลองรอบแรกบนเวทีทั้งสามสิบแห่งจบลงทั้งหมดก่อน
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ การประลองบนเวทีทั้งสามสิบแห่งก็จบลง ผู้เข้าแข่งขันสามสิบคนถูกคัดออกจากการแข่งขันรอบร้อยคน
จากนั้น กรรมการเรียกชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ยังไม่ได้ประลองอีกสี่สิบคน ให้ไปยังเวทีทั้งยี่สิบแห่งเพื่อประลองต่อ
เวลาผ่านไปอีกราวหนึ่งเค่อ การประลองทั้งยี่สิบคู่ก็จบลงอีกครั้ง
