เพื่อให้ตัวอักษรบนต้นไม้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เฉินสืออันยังจงใจไปถึงเนินลั่วเยี่ยน ล่าสัตว์ตัวเล็กมาตัวหนึ่ง แล้วใช้เลือดของมันย้อมตัวอักษรเหล่านั้นให้กลายเป็นสีแดงทีละตัว
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาจึงพาโม่อู๋หยางจากไปอย่างช้า ๆ
“ไม่ไปพบกู้ชิงเหยาสักหน่อยหรือ?” โม่อู๋หยางถามเสียงเบา
เฉินสืออันส่ายหน้า “พบางทำไม? จางชิงเฟิงตายแล้ว เรื่องหลังจากนี้ข้าก็ชี้แจงกับพ่อลูกคู่นั้นไปแล้ว พวกเขารู้ว่าควรจัดการอย่างไร”
โม่อู๋หยางกะพริบตาปริบ ๆ “ดูท่าของขวัญหนังจิ้งจอกของเจ้าไม่ได้มอบให้กู้ชิงเหยา”
เฉินสืออันกลอกตา “เอาแต่คิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง ช่วงนี้เจ้ากินเนื้อมากไปจนแน่นท้องหรือไร?”
โม่อู๋หยางกระโดดขึ้นไปบนบ่าเฉินสืออัน “ขอเพียงเป็นตัวผู้ ไม่ว่าจะมนุษย์หรือสัตว์ปีศาจ ก็ย่อมอดใจต่อเพศเมียที่งดงามไม่ได้
พอเห็นเข้าก็ต้องกำหนัดจนสัญชาตญาณสัตว์ปะทุ
กู้ชิงเหยาทั้งงดงามผุดผ่อง ทั้งมีใจให้เจ้า บัดนี้ยังกล่าวคำสัตย์แห่งวิถียุทธ์ว่าจะภักดีต่อเจ้าอีกด้วย เจ้าอยากได้อะไรจากนางก็ย่อมได้ทั้งนั้น
อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เคยคิดไม่ซื่อกับนาง”
เฉินสืออันกระแอมเบา ๆ พลางยืดอกตั้งหลังตรง “นายท่านของเจ้าเป็นยอดบุรุษ จะเทียบกับคนธรรมดาได้อย่างไร?
สตรีที่นายท่านของเจ้าพบเจอ ล้วนงดงามน่ารักทั้งนั้น แล้วข้าเคยคิดอะไรกับพวกนางแม้แต่น้อยหรือ?
นายท่านของเจ้ามีปณิธานยิ่งใหญ่ ต้องการแผ่นดิน ไม่ต้องการหญิงงาม!
แค่ความปรารถนาทางกายจะบดบังดวงตาอันเฉียบแหลมของข้าได้อย่างไร?”
