เหล่าบุรุษแห่งค่ายสังหารสามประการใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ นับตั้งแต่ชักดาบจนสังหารสวีหยุนกับพวกอีกสิบกว่าคนจนสิ้น
ชาวบ้านที่มุงดูต่างยืนนิ่งตะลึงงัน แต่ละคนเบิกตากว้าง
จากนั้นเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกระหึ่มขึ้นจากฝูงชน
“ฆ่าได้ดี! พวกคนทรยศกับสมุนสุนัขพวกนี้ก็ต้องจัดการเช่นนี้!”
“ค่ายสังหารสามประการทำได้ดีมาก! ไม่ทำให้ชาวบ้านชาวเมืองเฟิงฉี่ของเราผิดหวังจริง ๆ!”
“ผู้บัญชาการเฉิน พวกเราสนับสนุนท่าน!”
…………
ชาวบ้านต่างยินดีและฮึกเหิม ทว่าซ่งอวี้หมิงกลับตื่นตระหนกหวาดกลัว
กว่าจะได้สติกลับคืนมาก็ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจ้องเฉินสืออันเขม็ง ทั้งข่มขู่กลบเกลื่อนความหวาดหวั่นและกัดฟันด้วยความเคียดแค้น
“เฉินสืออัน เจ้าช่างบังอาจนัก บิดาข้าคือผู้แทนของเมืองเจิ้นหวงประจำค่ายเฟิงฉี่ กล้าฆ่าคนของข้าเช่นนี้ เจ้าจบเห่แน่ ตายแน่ ค่ายสังหารสามประการของพวกเจ้าทั้งหมดก็จบสิ้นแล้ว...”
ยังไม่ทันพูดจบ ตู้กังก็ก้าวยาว ๆ เข้ามาแล้วฟาดฝ่ามือใส่
เพียะ!
ซ่งอวี้หมิงหมุนคว้างอยู่กับที่ถึงหกรอบ ก่อนจะกระเด็นลอยออกไป ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง เลือดไหลอาบศีรษะในทันที
ยังไม่ทันลุกขึ้น บุรุษสวมหน้ากากพยัคฆ์สองคนก็ก้าวเข้ามา แล้วรุมชกต่อยเตะถีบจนเขาร้องเรียกบิดามารดา กระทั่งหายใจรวยรินจึงหยุดมือ
จากนั้นคนหนึ่งก็คว้าตัวเขาขึ้นมา ลากไปตรงหน้าเฉินสืออันราวกับลากสุนัขตาย
หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเสียงดัง “ผู้บัญชาการ จะจัดการคนทรยศผู้นี้อย่างไรขอรับ?”
เฉินสืออันไม่แม้แต่จะเหลือบมองซ่งอวี้หมิง เอ่ยเสียงเรียบว่า “พวกเจ้าเคยจัดการอย่างไรในเมืองชั้นนอก ก็ทำเช่นนั้นเสีย”
