เฉินสืออันเดินเข้ามาในห้อง กลิ่นเหม็นฉุนคลุ้งไปทั่ว
จ้าวหลิงยังคงสลบไสล ใบหน้าแดงก่ำ มีทีท่าว่าจะเป็นไข้
ฉินเอ้อหนัวนั่งอยู่ข้างเตียง จับมือจ้าวหลิงไว้แน่น ใบหน้าอิดโรย
เมื่อเห็นเฉินสืออันเข้ามา นางรีบลุกขึ้นยืนหลีกไปด้านหนึ่ง
เฉินสืออันเดินไปที่ข้างเตียง สายตาจับจ้องไปที่บาดแผลของจ้าวหลิง คิ้วขมวดแน่น
บาดแผลระหว่างอกและท้องของจ้าวหลิงไม่เล็ก ยาวเกินครึ่งคืบ เนื้อหนังเน่าเปื่อยเป็นหนอง ดูแล้วน่าสยดสยอง น่าเวทนานัก
ไม่แปลกที่ซูฉิงโหรวเห็นแล้วถึงกับวิงเวียนคลื่นไส้
พวกพ่อค้ามนุษย์ในตลาดทาสก็โหดร้ายไร้มนุษยธรรมจริง ๆ บาดเจ็บขนาดนี้ กลับไม่ยอมรักษาให้นางเลย
“ท่าน...ท่านเจ้าค่ะ ได้โปรด ช่วยชีวิตนางด้วยเถิดเจ้าค่ะ” เสียงของฉินเอ้อหนัวนุ่มนวลไพเราะ
นี่เป็นครั้งแรกที่นางเอ่ยปากพูดตั้งแต่พบเฉินสืออัน
เฉินสืออันพยักหน้า “ข้าจะพยายามสุดกำลัง”
พูดจบ เขาก็นั่งลงที่ข้างเตียง ยื่นผ้าสีครามผืนหนึ่งให้ฉินเอ้อหนัว “ข้าจะล้างหนองเลือดที่บาดแผลให้นางก่อน เจ้าหนุนผ้านี้ไว้ใต้ตัวนาง”
ฉินเอ้อหนัวรีบก้าวเข้าไป ค่อย ๆ ขยับกายจ้าวหลิงอย่างทะนุถนอม แล้วหนุนผ้าให้เรียบร้อย
เฉินสืออันหยิบไหเหล้าขึ้นมา เคาะผนึกดินเบา ๆ
“เหล้าหรือเจ้าคะ?” ฉินเอ้อหนัวสีหน้าแคลงใจ
เฉินสืออันพยักหน้า “เหล้านอกจากดื่มได้ ยังใช้ล้างแผลได้ด้วย”
แม้เหล้าไหนี้แอลกอฮอล์ต่ำ ห่างไกลจากประสิทธิภาพแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ แต่ก็ยังพอมีประโยชน์บ้าง
ฉินเอ้อหนัวขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยปากจะพูดแต่ก็กลืนลงคอ
เฉินสืออันขยับเข้าไปใกล้ จะรั้งเสื้อผ้าของจ้าวหลิงขึ้น
“ข้าจัดการเองเจ้าค่ะ”
ฉินเอ้อหนัวรีบก้มลงไป ค่อย ๆ ม้วนเสื้อผ้าของจ้าวหลิงขึ้น แล้วบังบริเวณหน้าอกไว้มิดชิดเสมอ
เฉินสืออันย่อมรู้ดีว่าฉินเอ้อหนัวคิดอะไร จึงนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
ทว่า ถึงแม้บริเวณหน้าอกจะถูกห่อหุ้มมิดชิด แต่ก็ยังมีผิวกายโผล่ออกมามากพอควร นอกจากบาดแผลแล้ว ที่อื่นล้วนขาวเนียนน่าดึงดูดสายตา
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ฉินเอ้อหนัวม้วนเสื้อผ้าเสร็จ ก็ถอยไปด้านหนึ่ง
เฉินสืออันหยิบช้อนไม้ไผ่อันเล็กออกมา ตักเหล้าราดลงบนบาดแผลจ้าวหลิงช้า ๆ เพื่อล้างหนองเลือด
