“ทำไม... ทำไมหมิงจูถึงจงใจขวางต้วนเจียง ไม่ให้เขาไปช่วยเสวียนเอ๋อร์?”
หลี่อวี้โกรธจนตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำ จ้องกู้หมิงจูที่กอดต้วนเจียงแน่นอยู่ในจอภาพ
“ถ้าเสวียนเอ๋อร์เป็นอะไรไป ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
แม้หลี่อวี้จะรักและเอ็นดูกู้หมิงจูมาตลอด
แต่ถึงอย่างไรกู้หมิงจูก็ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ส่วนกู้เสวียนเป็นลูกชายแท้ ๆ ของเธอ
ตอนนี้กู้หมิงจูไม่ยอมให้ใครไปช่วยกู้เสวียน ก็เท่ากับทำให้กู้เสวียนตายทางอ้อม
กู้เจี้ยนกัวย่นคิ้ว พูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณไม่เห็นหรือไงว่าหมิงจูตกใจจนเสียสติ เธอคิดว่าต้วนเจียงเป็นเสวียนเอ๋อร์ ถึงได้กอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ไม่ได้ตั้งใจขวางต้วนเจียงไม่ให้ไปช่วยเสวียนเอ๋อร์สักหน่อย”
“หมิงจูโตมากับพวกเรา คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าเธอเป็นคนยังไง อย่าเข้าใจเธอผิดเพราะพฤติกรรมตอนที่เธอตกใจจนสติหลุดสิ!”
“ทำแบบนี้ คุณไม่ละอายใจบ้างเหรอที่เธอเรียกคุณว่าแม่มาตั้งหลายปี?”
หลี่อวี้สะอื้นจนหายใจแทบไม่ทัน “แต่เสวียนเอ๋อร์ของฉัน...”
ในภาพวิดีโอไม่เห็นเงาของกู้เสวียนแล้ว
หลี่อวี้กุมหน้าอก ทรุดนั่งลงกับพื้น น้ำตาไหลพราก
เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกมีดกรีด
ลูกชายของเธอ...
กู้เจี้ยนกัวกำหมัดแน่น สีหน้าหม่นคล้ำ ดวงตาดุดันจ้องไปยังฉู่อีอีในภาพวิดีโอ
“ถ้าเสวียนเอ๋อร์เป็นอะไรไป ฉู่อีอีคือตัวการ!”
“เธอผลักเสวียนเอ๋อร์ตกน้ำ แล้วยังทำร้ายเขาในน้ำอีก!”
“ถ้าเธอไม่ทำให้เสวียนเอ๋อร์บาดเจ็บ เขาว่ายน้ำเป็น ยังไงก็ขึ้นฝั่งเองได้!”
“เธอทำให้เสวียนเอ๋อร์บาดเจ็บแล้วยังทิ้งเขาไว้ในน้ำคนเดียว มองเขาถูกกระแสน้ำพัดไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่คิดจะช่วยเลยสักนิด!”
“เลือดเย็นและใจดำจริง ๆ แม้แต่พี่ชายแท้ ๆ ยังไม่ช่วย!”
“ดีที่พวกเราตัดขาดกับเธอไปแล้ว ไม่อย่างนั้นสักวันพวกเราคงถูกเธอทำร้ายจนตายกันหมด!”
พูดจบ กู้เจี้ยนกัวก็ตบโต๊ะเสียงดัง
กู้ชิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉู่อีอีเลือดเย็นเกินไปจริง ๆ ต่อให้เห็นคนแปลกหน้าตกอยู่ในอันตราย ก็ไม่ควรนิ่งเฉยแบบนั้น”
“แต่เธอทำให้พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ชวนให้ผิดหวังจริง ๆ...”
กู้เจี้ยนกัวพูดเสียงเข้ม “ถ้าเสวียนเอ๋อร์เป็นอะไรไป ฉันจะให้เธอชดใช้ด้วยชีวิต!”
……
ริมแม่น้ำในป่า
