ฉู่อีอีพูดหยอกเย้า “ตอนนี้เงินใน ‘กองเดิมพัน’ คงเยอะมากแล้วสินะ?”
“ถ้าฉันตายจนเข้าร่วมการแข่งขันไม่ได้ พวกคุณจะเสียเงินไปเท่าไรล่ะ?”
ปลายสายเงียบไปนาน ก่อนจะตอบว่า “ผมตัดสินใจเองไม่ได้ ขอไปปรึกษาคนอื่นก่อน ถ้าได้คำตอบแล้วจะติดต่อคุณอีกที”
ฉู่อีอีว่า “ให้เวลาครึ่งชั่วโมง”
อีกฝ่ายพูดอย่างหัวเสีย “ครึ่งชั่วโมงจะไปทันได้ยังไง?”
ฉู่อีอีตอบ “นั่นก็เป็นปัญหาของพวกคุณ จัดการกันเอง”
“ถ้าครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้คำตอบ ฉันจะตายให้ดู”
ถ้าปล่อยเวลานานเกินไป พวกนั้นอาจส่งคนมาจัดการเธอ
อย่างเช่นจับตัวเธอไปบังคับ
ข่มขู่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน
ถึงพวกโรคจิตกลุ่มนั้นจะกระจุกตัวอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก แต่พวกเขาก็มีเส้นสาย สามารถติดสินบนคนทางนี้ให้มาลักพาตัวเธอได้
เพราะงั้น เธอจะให้เวลาพวกนั้นเตรียมตัวนานเกินไปไม่ได้
อีกฝ่ายตะโกนอย่างโกรธจัด “นั่นมันชีวิตของเธอเอง คิดว่าขู่ฉันได้หรือไง?”
“ฉันบอกไว้เลยนะ อย่าคิดจะขู่พวกเรา เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อกรกับพวกเรา!”
“ทางที่ดีทำตัวดี ๆ แล้วเชื่อฟังซะ ไม่อย่างนั้นคนที่ต้องเจ็บตัวก็คือเธอ!”
ฉู่อีอีทำหน้าเบื่อหน่าย “หุบปากหมา ๆ ของแกซะ เห่าหาพ่อแกอยู่ได้!”
“ถ้ายังกล้าตะคอกใส่ฉันอีก ก่อนตายฉันจะไปฆ่าล้างครอบครัวแก!”
“อย่าเห็นว่าฉันพูดดีด้วยสองคำแล้วจะคิดว่าฉันเป็นลูกพลับนิ่มให้บีบเล่น!”
“ไอ้หมาอาศัยบารมีคนอื่น คนที่มีอำนาจคือพวกที่อยู่เบื้องหลัง แกเป็นแค่กระบอกเสียง จะกร่างไปทำไม?”
“คิดให้ดีแล้วค่อยกลับมาคุยกับฉัน!”
พูดจบเธอก็ตัดสาย
จากนั้นก็ทิ้งตัวคว่ำลงกับพื้น แล้วคลานไปมาอย่างมืดมน
คลานจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง คลานออกจากวิลล่าไปจนถึงสวน
“ฉู่อีอี เธอ...” ฟู่ยวี้เดินมาจากข้างหน้า พอเห็นท่าทางของเธอ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาพลางเอ่ยปาก
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ ฉู่อีอีก็กลิ้งไปบนพื้นหนึ่งรอบ ก่อนดีดตัวขึ้นตีลังกากลับหลัง แล้วเตะฟู่ยวี้กระเด็น
จากนั้นเธอก็วิ่งพล่านไปทั่วสนามหญ้า ปล่อยหมัดซ้าย หมัดขวา เตะหมุนตัว กระโดดข้ามรั้ว แล้วถอนต้นไม้ต้นหนึ่งขึ้นมา ปักกลับลงหลุมแบบกลับหัว
